Album:   2009 Japan Aki Minoh Waterfall

Click to View

 
 
น้ำตกมิโนครับ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ชมใบไม้แดงยอดฮิตใจกลางเมืองโอซาก้า
 
สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเมืองโอซาก้าที่ในยามปกติไม่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากนัก แต่กลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมาเยือน ซึ่งถือว่าเป็น THE MUST ที่ไม่ควรพลาดชมคือ น้ำตกมิโน
 
มิโน อยู่ทางเหนือของเมืองหลวงโอซาก้า เราเริ่มต้นกันโดยนั่งรถไฟจากสถานี Hankyu Umeda ดูตามแผนที่ให้นั่ง Hankyu Takarazuka Line จากสถานี Hankyu Umeda มาลงที่สถานี Ishibashi จากนั้นเปลี่ยนมานั่ง Hankyu Mino Line ไปอีกสองสถานีก็ถึงมิโนแล้วครับ ใช้เวลาทั้งหมดจาก อุเมะดะประมาณเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเองครับ
 
หลังจากลงรถที่สถานีสุดสายที่มิโน เดินออกจากสถานีนิดเดียวก็เจอทางเข้าสู่ทางเดินไปน้ำตกมิโนครับ ที่ปากทางเข้าต้อนรับพวกเราด้วยฝาครอบท่อสุดสวยครับ
 
 
ช่วงร้อยเมตรแรกจะเป็นร้านค้า เขตชุมชนและบ้านเรือนทั้งสองฟากทาง จะมีร้านจำหน่ายอาหารว่างทานเล่นยอดฮิตขึ้นชื่อของที่นี่คือ ใบเมเปิลชุบแป้งทอด
 
ส่วนจุดที่น่าสนใจตลอดเส้นทางเดินเท้ามีดังนี้ครับ 1 วัด Saikoji 3 Insects Museum 4 วัด Ryuanji 5 Hideyo Noguchi Statue 6 น้ำตกมิโน
 
ป้ายโฆษณาน้ำตกมิโน
 
วัด Saikoji ใบไม้แดงกำลังพีคเลยครับ
 
 
 
ตรงสะพานข้ามลำธารนี้ใบโมะมิจิกำลังแดงเต็มที่ เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีต้นเมเปิ้ลหนาแน่นมาก นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาต้องต้องหยุดถ่ายรูปกันทุกคน
 
 
พื้นที่มากกว่า 60 % ของมิโนเป็นป่าเสียส่วนใหญ่
 
 
แต่เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่นี่จึงมีทั้งโรงแรม สถานที่ออกกำลังกาย สปา อองเซ็น ร้านอาหาร ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอย่างมากมาย
 
 
ลำธารน้ำน้ำเล็กๆ ไหลเอื่อยๆเคียงข้างไปกับทางเดินตลอดระยะทาง 2.6 กม ทำให้การเดินตลอดเส้นทางไม่น่าเบื่อ
 
รวมทั้งบรรดาบ้านเรือนระหว่างทางเดิน ก็กลายเป็นร้านอาหารไว้คอยบริการลูกค้า
 
 
ข้างหลังบ้านหลังนี้ ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีแดงได้ใจเลยครับ
 
ทางเดินเท้าจากสถานีรถไฟถึงตัวน้ำตกประมาณ 2.6 กม.
 
ทำทางเดินไว้น่าเดินสะดวกสะบายมากครับ
 
ฝายทดน้ำระหว่างทาง
 
 
พวกเราตกลงกันว่าจะอยู่ที่ มิโน เพียงแค่ครึ่งวัน น่าจะใช้เวลาเดินไป-กลับสักประมาณ 3 ชม.
 
แต่ผิดคลาดครับเพราะแค่จากปากทางเข้ามายังไม่ถึงครึ่งทางเลย แต่พวกเราก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่งแล้ว
 
ระยะทาง 2.6 กม ถ้าจะให้เดินกันจริงๆคงใช้เวลาไม่นาน แต่ด้วยที่ธรรมชาติสวยงามอย่างนี้ หากก้มหน้าก้มตาเดินรวดเดียวถึงน้ำตก ก็ดูจะเป็นการทำร้ายธรรมชาติกันมากเกินไป
 
มองลงไปข้างล่างจะเห็นลำธารน้ำใสไหลเอื่อยๆ แต่พอแหงนหน้าขึ้นไปข้างบนก็เจอใบไม้เปลี่ยนสี เป็นแบบนี้ไปเกือบตลอดทางเดินเลยครับ
 
 
ผ่านมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับแมลงชนิดต่างๆไว้ให้ทัศนศึกษาด้วยครับ
 
เมื่อเดินมาถึงตรงนี้ ด้านซ้ายมือจะมีทางแยกเข้าไปวัด ริวอันจิ หรือจะเดินตรงไปก็ได้เพราะทางเดินจะมาบรรจบกัน
 
พวกเราเลือกเดินตรงไป ตามพวกเรามาเลยครับ
 
บริเวณหน้าวัดริวอันจิ โดยเฉพาะตรงสะพานใบไม้กำลังเปลี่ยนสีสวยงามมากครับ
 
 
ใครๆก็ต้องเวียนเข้ามาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
 
 
 
 
 
วัดริวอันจิ หรือวัดที่ชาวท้องถิ่นเรียกกันว่าวัดมิโน
 
 
มีพื้นที่กว้างขวางมากครับ บริเวณโดยรอบวัดห้อมล้อมไปด้วยป่าเปลี่ยนสี
 
เป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเมื่อยามใบไม้เปลี่ยนสีมาเยือน
 
 
 
 
 
บริเวณลานหน้าวัดกว้างขวางมีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนได้ พวกเราเดินข้ามสะพานไปนั่งทานเบนโตที่ซื้อมาจากสถานีกันที่นี่ บรรยากาศข้างลำธารร่มรื่นมากครับ
 
 
มีเก้าอี้ให้นักท่องเที่ยวนั่งพักเพื่อชมความงามของธรรมชาติเป็นระยะๆครับ บรรยากาศดีเชียวครับ แต่ห้ามนั่งนานเพราะเดินมาได้ยังไม่ถึงครึ่งทางเลย
 
ช่วงที่ทุกคนนั่งพักผ่อนและทานเบนโตะกัน ผมเลยแอบเดินลงไปที่ลำธารด้านล่างเพื่อไปเก็บภาพฝายน้ำตกครับ
 
 
นักท่องเที่ยวกำลังขึ้นไปยังน้ำตกมิโนครับ ด้านบนซ้ายขวาของสะพานแดงคือบริเวณวัด ริวอันจิ ด้านข้างเป็นลำธารน้ำมิโนที่ไหลมาจากน้ำตกข้างบน
 
 
ก่อนเดินตามคนอื่นขึ้นไปชมน้ำตก ขอเก็บภาพสะพานแดงก่อนครับ
 
ใบไม้แดง สะพานก็แดง
 
ขึ้นไปยืนบนสะพานแดงแล้วถ่ายลงมาด้านล่าง
 
จากจุดนี้มองที่ป้ายบอกทางเขียนไว้ว่า ต้องเดินอีก 1.4 ก.ม. จะถึงน้ำตก ในทางกลับกันต้องเดินอีก 1.4 ก.ม.เพื่อกลับไปยังสถานีมิโนครับ
 
 
พวกเรายังไม่ได้ชมตัววัดริวอันจิกันอย่างละเอียดเลยครับ แต่ก็ต้องรีบเดินไปให้ถึงน้ำตกก่อนเพราะใช้เวลามากพอสมควรแล้ว เดี๋ยวขากลับค่อยมาชมวัดกันครับ
 
เดินมาได้สักพักจะพบรูปปั้น Hideyo Noguchi ต้องแวะถ่ายรูปอีกแล้ว
 
ที่จริงใบไม้ที่มิโน ไม่ได้เปลี่ยนสีพร้อมกันทั้งภูเขาหรอกน๊ะครับ
 
ตามพยากรณ์ของเวป http://kouyou.nihon-kankou.or.jp/ ทำนายไว้ว่า( ปี 2009 ) บริเวณวัด Saikoji และวัด Ryuanji จะพีคช่วงวันที่ 23 พ.ย.
 
 
ส่วนที่น้ำตกซึ่งเป็นจุดไฮไลท์จะสวยที่สุดช่วงวันที่ 26 พ.ย.
 
ยิ่งใกล้ถึงตัวน้ำตกบริเวณโดยรอบจะเป็นป่าทึบมากกว่าพื้นที่ด้านล่าง
 
มองไปรอบด้านก็เจอแต่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี
 
 
 
 
 
 
ใบไม้เปลี่ยนสีทั่วทั้งภูเขา ดูแล้วเหมือนภาพวาดที่เอาสีมาแต่งแต้มไว้
 
 
เดินต่ออีกนิดเดียวก็จะถึงน้ำตกแล้วครับ
 
ถึงแล้วครับน้ำตกมิโน เป็นน้ำตก ที่มีความสูงเพียง 33 เมตร
 
ความแรงของน้ำตกก็ไม่แรงมากนัก สามารถยืนถ่ายรูปหน้าน้ำตกได้อย่างสะบายโดยที่ไม่ต้องกลัวน้ำกระเซ็นโดนกล้อง
 
ถ้าไม่มีใบใม้เปลี่ยนสีซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบให้ตัวน้ำตกดูเด่นขึ้น ผมว่าฤดูปกติคงมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก
 
 
เพราะตัวน้ำตกไม่ได้สวยมากมาย แต่สะพานแดงที่อยู่ด้านหน้าก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยทำให้ตัวน้ำตกเด่นขึ้นมา
 
พวกเราอยู่ชื่นชมความงามน้ำตกมิโนอยู่สักพักก็ต้องรีบกลับเพราะช่วงบ่ายจะไปช๊อปปิ้งกันที่ ชินไซบาชิ
 
เดินกลับลงมาถึงวัดริวอันจิแล้วครับ ขอแวะเข้าไปชมซักหน่อย
 
วัดริวอันจิ มีจุดให้ตากล้องถ่ายภาพเยอะมากครับ
 
 
เนื่องจากบริเวณวัดกว้างขวางห้อมล้อมไปด้วยภูเขาที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี
 
โมะมิจิ ที่นี่กำลังแดงพีคสุดๆเลยครับ
 
 
ตัววัดอยู่สูงกว่าทางเดินด้านล่าง ส่วนด้านหน้าใบไม้กำลังเปลี่ยนสีทั่วทั้งภูเขา
 
 
บรรยากาศสงบเงียบมากครับ ต้นไม้ด้านหลังวัดกำลังเปลี่ยนสีสวยงามทั้งแดง เหลือง เขียว และส้ม
 
ถึงแม้จะบ่ายแล้วผู้คนก็ยังเดินขึ้นไปชมน้ำตกอย่างไม่ขาดสาย
 
เอ แล้วสงสัยจังว่าผู้คนกำลังมุงดูอะไรกันที่ต้นไม้ต้นนี้ ต้องลองตามเข้าไปดูซักหน่อย
 
กำลังมุงดูน้องลิง นั่นเอง ที่มิโน นอกจากจะมีน้ำตกที่มีชื่อเสียงสวยงามแล้ว ลิงยังเป็นสัญญาลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของผืนป่าแห่งนี้ครับ
 
 
กลับมาที่โอซาก้า พวกเรามาถึงก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว เลยเดินเล่นแถวชินไซบาชิ กันครับ ผู้คนมากมายตามคลาด
 
Ebisubashi
 
 
มุมบังคับ ใครๆก็ต้องมาถ่ายเมื่อมาเดินแถวคลอง โดะธมโบะริ
 
 
 
น้ำในคลองนิ่งเชียวครับ ช่วยสะท้อนป้ายโฆษณาลงบนผิวน้ำอย่างชัดเจน
 
 
ร้านปูยักษ์
 
 
เมื้อเย็นพวกเราทาน โอะโคะโนะมิยะกิ ที่ร้าน Fugetsu ครับ
             
Back to Galleries Page