|
Published on Nov 19, 2004
Courtesy : Siamsports โดย มร. แร็กเกต
ถ้าอยากได้ลูกเสือก็จะต้องกล้าบุกเข้าไปให้ถึงถ้ำเสือ
เป็นคำกล่าวของคนโบร่ำโบราณที่สอนให้คนที่กล้าที่จะฝัน หรือต้องการสิ่งใดก็ต้องพยายาม และกล้าที่จะก้าวไปให้ถึงที่สุดของความฝัน กล้าที่จะ
เผชิญหน้ากับความยากลำบาก และอุปสรรคต่างๆ ที่ขวางหน้า และถ้าได้พยายามอย่างเต็มความสามารถกล้าเข้าไปให้ถึงสิ่งที่ตั้งฝันก็จะประสบความสำเร็จดังต้องการ
แน่นอน
เช่นเดียวกันกับสาวนักเทนนิสเยาวชนไทย วัย 13 ปีเศษ น้องอีฟ ณิชาต์ เลิศพิทักษ์สินชัย ที่มากับความสูง 173 ซม. พร้อมกับความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะก้าวไปเป็นนักเทนนิสหญิงอาชีพและผงาดอยู่บนสังเวียนหวดลูกสักหลาดในระดับแกรนด์สแลม
แม้ปัจจุบันนี้อีฟจะยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงการสักหลาดเมืองไทย ด้วยวัยที่ยังอ่อนเยาว์กับอายุเพียงแค่ 13 ปีเศษ ทำให้เธอยังไม่สามารถก้าวลงสู่สนามแข่งขันระดับเยาวชนนานาชาติ หรือระดับอาชีพได้อย่างเต็มตัว บวกกับระยะเวลาในการเล่นเทนนิสของอีฟ ก็ยังไม่มากพอ ทำให้ยังไม่มีชั่วโมงบินสร้างปีกให้ตัวเองแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับคู่ต่อสู้ที่หลากหลายจาก
หลายชาติทั่วโลกได้
ดังนั้น อีฟจึงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการตระเวนแข่งขันเทนนิสรายการเยาวชนที่จัดขึ้นในเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นเยาวชนเพื่อความ
ชนะเลิศแห่งประเทศไทย หรือเยาวชนพัฒนาฝีมือสร้างชื่อทีมชาติ เป็นต้น
อีฟหัดเล่นเทนนิสจริงๆ จังๆ เมื่ออายุได้ 8 ขวบ โดยมี นพ.สยาม เลิศพิทักษ์สินชัย ผู้เป็นบิดาถ่ายทอดและฝึกสอนวิชาความรู้ เทคนิค และทักษะการเล่นเทนนิสตั้งแต่ขั้นพื้นฐานให้มาตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้
แรก ๆ คุณแม่ (นางอัจฉราภรณ์) เล่นเทนนิสอยู่ก่อน จากนั้นก็มาสอนคุณพ่อ พอคุณพ่อเล่นเป็นแล้วก็มาสอนลูก ๆ ต่อ แต่เทนนิสสำหรับเราเมื่อก่อน
เป็นเพียงกีฬาที่เล่นกันภายในครอบครัว แต่พออีฟเข้ามาเล่นและลองลงแข่งขันดูเมื่ออายุ 9 ขวบก็เริ่มชอบ แม้ผลงานรายการแรกจะไม่ดีแต่อีฟก็สนุกกับการที่ได้ลงแข่งขันจากนั้นคุณพ่อก็เริ่มสอนเทนนิสให้อีฟมากขึ้น
ปีต่อมาขณะที่อีฟอายุได้ 10 ขวบ เธอก็เริ่มลงแข่งขันเทนนิสระดับเยาวชนในเมืองไทยมากยิ่งขึ้นซึ่งฝีมือและความสามารถของเธอก็เริ่มเป็นที่ประจักษ์ทำให้คว้าผลงานการแข่งขันต่าง ๆ มาครองได้มาก แม้จะยังไม่ถึงกับชนะเลิศแต่นั่นก็ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงการมากขึ้นแล้ว
อีฟเริ่มมาเป็นที่รู้จัก และทำผลงานได้ดีที่สุดก็คงจะเป็นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเกือบทุกรายการที่ลงแข่งอีฟจะต้องเข้าไปชิงชนะเลิศตลอด บางครั้งก็ได้แชมป์
บางครั้งก็ไม่ได้แต่ก็ไม่เคยตกรอบก่อนรอบชิงเลย
ทันทีที่ อีฟ มีอายุครบ 13 ปีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา สาวน้อยผู้มีความสูงถึง 173 ซม. ก็ก้าวเข้าสู่การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ
รายการแรกที่ประเทศพม่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แม้จะเป็นเพียงรายการเล็กระดับกรุ๊ป 5 ของสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ)
และอีฟ ก็ไปได้ไกลที่สุดแค่รอบสองเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอให้เธอมีชื่อติดทำเนียบนักเทนนิสเยาวชนโลกเป็นครั้งแรก
แม้อันดับเยาวชนโลกของอีฟจะอยู่ที่ 1,500 เศษๆ แต่ก็ถือเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่อีกหลายๆ ก้าวต่อไปของเธอบนเส้นทางการเป็นนักเทนนิสต่อไป
ในอนาคต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันดับโลกที่ได้ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้ อีฟ ประสบความสำเร็จใน การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ รุ่นอายุไม่เกิน
14 ปี ที่สหพันธ์เทนนิสเอเชียร่วมกับสมาคมเทนนิสของออสเตรเลีย จัดขึ้นที่เมืองไทยเมื่อต้น พ.ย. ที่ผ่านมา โดยการแข่งขันรายการดังกล่าวได้มีนักเทนนิสเยาวชนดาวรุ่งจากทั่วเอเชียเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคับคั่ง
รวมถึงนักเทนนิสเยาวชนอายุไม่เกิน 14 ปี
ซึ่งก็รวม อีฟ เข้าดวลแร็กเกตด้วยเช่นกัน
แม้รายการดังกล่าวจะไม่มีคะแนนสะสมเยาวชนโลก แต่ก็มีความหมาย และมีความสำคัญไม่น้อยสำหรับนักเทนนิสเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี
เนื่องจากเป็นรายการที่สมาคมเทนนิสออสเตรเลีย และฝ่ายจัดการแข่งขันเทนนิสออสเตรเลียน โอเพ่น ได้จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกนักเทนนิสเยาวชนรุ่น
อายุไม่เกิน 14 ปีของเอเชีย เข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสเยาวชนที่ออสเตรเลีย 2 รายการพร้อมกับพาเข้าชมบรรยากาศการแข่งขันเทนนิสออสเตรเลียน
โอเพ่น แกรนด์สแลมแรกของปีเป็นเวลา 5 วันอีกด้วย
และอีฟก็สามารถโชว์ฟอร์มการหวดลูกสักหลาดได้อย่างเยี่ยมยอด ก่อนจะคว้าแชมป์รายการน
ี้มาครองได้สำเร็จ
ถือเป็นการแชมป์รายการเยาวชนนานาชาติได้เป็นครั้งแรกในชีวิตของสาวน้อยวัย 13 ปีเศษผู้นี้อีกด้วย
การคว้าแชมป์รายการนี้ แน่นอนว่า อีฟ สามารถคว้าสิทธิ์การเป็นตัวแทนนักเทนนิสเอเชียเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสเยาวชนที่ออสเตรเลีย 2 สัปดาห์
พร้อมเข้าชมบรรยากาศการแข่งขันเทนนิส ออสเตรเลียน โอเพ่น เป็นเวลา 5 วันเต็มทันที
ไม่คิดว่าตัวเองจะได้แชมป์แต่ก็โชคดีที่ในรอบ 8 คนสามารถเอาชนะพี่โซเฟีย มูลทรัพย์ ได้สำเร็จทั้งที่ไม่เคยเอาชนะพี่โซเฟียได้มาก่อนเลย และก็โชคดีอีกอย่างที่ตัวเต็งหลายคนก็ตกรอบกันไปก่อนทำให้อีฟคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ
สำหรับการได้ไปเล่นเทนนิสที่ออสเตรเลียในช่วงต้นปีหน้านี้ อีฟคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างดีสำหรับตัวเองอย่างมาก ที่จะได้เจอกับคู่แข่งจากต่างประเทศซึ่งอีฟคิดว่าจะช่วยให้ตัวเองรู้ว่าฝีมือของตนเองเป็นอย่างไร และจะได้เห็นถึงศักยภาพและพัฒนาการของคู่ต่อสู้
ที่หลากหลายมากขึ้น ดีกว่าการเล่นเทนนิสเพียงแค่ภายในประเทศเท่านั้นซึ่งทำให้เราไม่รู้เลยว่าฝีมือเราและคู่แข่งต่างชาติก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว
แน่นอน อีฟ ก็เป็นเหมือนนักเทนนิสรุ่นใหม่หลายคนที่มีความฝันอยากจะเข้าสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพและการได้ไปเห็นบรรยากาศการแข่งขัน
รายการแกรนด
สแลมถือเป็นความใฝ่ฝันที่อีฟอยากสัมผัสอย่างมาก
เพราะเธอมีเป้าหมายในการเล่นเทนนิสอาชีพอยู่ที่การได้เข้าไปโลดแล่น และลงหวดในศึกแกรนด์สแลม
อีฟไม่อยากตั้งเป้าว่าตัวเองจะต้องทำอันดับให้ได้เท่านั้นเท่านี้ แต่อีฟจะตั้งเป้าให้ตัวเองว่าสักวันจะต้องเข้าไปเล่นในรายการแกรนด์สแลมให้ได้ และนี่ก็คือเป้าหมายในการเล่นเทนนิสของอีฟ แต่ในช่วงนี้ก็จะพยายามพัฒนาฝีมือตัวเองและทำผลงานในระดับเยาวชนให้ดี และสร้างพื้นฐาน เทคนิค และทักษะให้แน่นๆก่อนที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพอย่างเต็มตัว
ในช่วงนี้ อีฟ ยังต้องมีการฝึกฝน ฝึกซ้อม และสร้างความแข็งแกร่ง และเพิ่มฝีมือการหวดลูกสักหลาดของตนเองให้สูงขึ้นให้มากกว่าเดิม เพื่อปูพื้นฐานสร้างความแข็งแกร่ง ในตัวเองก่อนจะก้าวสู่การแข่งขันรายการใหญ่และการเป็นนักเทนนิสอาชีพอย่างเต็มตัวในอนาคต
ด้วยความที่รูปร่างสูงใหญ่เป็นทุนอยู่แล้ว อีฟ เชื่อว่าถ้าตัวเองสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง รวมถึงการพยายามใช้อาวุธเด็ดที่มีอยู่ในตัว โดยเฉพาะลูกหวดที่หนักหน่วง และสไตล์การเล่นที่เน้นเกมบุกเป็นหลักให้มีประโยชน์และมีประสิทธิภาพที่สุด
เธอก็มั่นใจว่าเป้าหมายที่ตั้งใจรออยู่เบื้องหน้าให้เธอไปคว้าอีกไม่ไกลเท่าไหร่นัก
อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นคนตีบอลหนัก และชอบบุกก่อนที่คู่ต่อสู้จะตั้งตัว ถ้ายังขาดความแม่นยำก็เหมือนกับการมีดาบที่ไม่คมอยู่ในมือใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้
ดังนั้นช่วงที่ยังเป็นเยาวชนอยู่นี้ อีฟจึงต้องพยายามฝึกฝน ลับอาวุธที่มีอยู่ให้เฉียบคม และมีประสิทธิภาพพร้อมที่จะปราบคู่ต่อสู้ให้อยู่หมัด ด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนักและฝึกฝนให้เกิดความแม่นยำ ความชำนาญให้มากที่สุด
คุณพ่อบอกว่าอีฟต้องใช้เวลาในการเล่นระดับเยาวชนไปก่อนอีก 3-4 ปี และเมื่ออายุประมาณ 16-17 ปีก็จะเริ่มให้อีฟออกทัวร์รายการอาชีพ ซึ่งอีฟก็เห็นด้วย เพราะขณะนี้ฝีมือตัวเองก็ยังไม่ดีนักยังขาดประสบการณ์อีกมาก และในช่วงที่ อีฟ ไปออสเตรเลียกว่า 3 สัปดาห์นี้ก็จะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์กลับมาพัฒนาฝีมือตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซึ่ง อีฟ เชื่อมั่นว่า การไปออสเตรเลียครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มแรกที่จะทำให้เธอมีความกล้า และสร้างความมั่นใจ ในการเล่นเทนนิสให้ตัวเองได้อย่างมาก
เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญยิ่งให้เธอในการเผชิญหน้ากับคู่แข่งขันจากหลายเชื้อชาติในการแข่งขันทั้งระดับเยาวชน และอาชีพต่อไปในอนาคต
นั่นเอง
|