| ณัฐนิดา หลวงแนม อีกหนึ่งสาวที่ฝันเป็น"โปรเทนนิส" |
Published
on Apr 11, 2004
Courtesy : Today's Matichon
คอลัมน์ ทางช้างเผือก
พูดถึงเรื่อง "ความฝัน"
เชื่อว่าหลายคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างก็มีความใฝ่ฝันที่อยากจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองวาดหวังไว้ทั้งนั้น
แม้ว่าบางครั้งอาจจะเป็น "ฝันลมๆ
แล้งๆ" หรือ "ฝันกลางวัน" ก็ตามที
แต่สำหรับ ณัฐนิดา หลวงแนม สาวน้อยนักหวดจากสุโขทัย
เธอหวังที่จะมี "ฝันที่เป็นจริง" ให้ได้สักวันหนึ่ง ถึงเส้นทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายก็ตาม
"น้องจูน" ซึ่งเพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ
17 ปี ไปเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เริ่มฉายแววทางด้านกีฬาเทนนิสจากการคว้าแชมป์ประเทศไทยขณะที่มีอายุเพียงแค่
7 ปี ทำให้คุณพ่อ อดุลย์ หลวงแนม ไม่รอช้าที่จะสนับสนุนลูกสาวให้เอาดีทางด้านนี้
โดยมีพี่ชายซึ่งอายุห่างกัน 4 ปี เป็นคู่หวดและคู่ซ้อมให้
แต่ระยะหลังฝีมือชักเริ่มห่างชั้นขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้ อภิชัย ตัดสินใจไปเอาดีด้านการเรียนคณะทันตแพทย์ศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรเพียงอย่างเดียว
ขณะที่น้องสาวยังคงมุ่งมั่นเล่นเทนนิสอย่างไม่ลดละ แม้ว่าคุณพ่อซึ่งรับบทบาทเป็นโค้ชให้ด้วย
จะรู้สึกสงสารลูกที่ต้องเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ และพร้อมให้เลิกเล่นทันทีหากคิดว่าไปไม่ไหว
แต่ "น้องจูน" ยังคงยืนกรานที่จะสู้ต่อไป ถึงตอนนี้จะยังไม่เห็นทางสว่างก็ตาม
จากที่เคยแข่งแต่รายการในประเทศ "น้องจูน"
เริ่มพัฒนาฝีมือไปแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชนของสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ
แต่รายการแรกที่มีโอกาสได้ไปแข่งนอกประเทศเป็นครั้งแรกคือการแข่งขันบนคอร์ตดิน
ที่ประเทศศรีลังกา เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งเส้นทางของเธอจบแค่รอบ
2 หรือรอบ 16 คนสุดท้ายเท่านั้น
ในปีเดียวกัน "น้องจูน"
ยังได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปแข่งขันเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก
ซึ่งเป็นรายการที่รวบรวมสุดยอดฝีมือในระดับเยาวชนของแต่ละประเทศจากทวีปต่างๆ
ทั่วโลกมาประชันฝีมือกันด้วย เรียกว่าครั้งนั้นถือเป็นประสบการณ์ชั้นดีของเธอเลยทีเดียว
เส้นทางของณัฐนิดาที่เธอวาดหวังไว้
ดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เมื่อมีสปอนเซอร์ "เบียร์ช้าง"
เข้ามาให้การสนับสนุนปีละกว่า 1 ล้านบาท แม้จะไม่ใช่เงินจำนวนมหาศาล
แต่อย่างน้อยก็เป็นทุนขั้นเริ่มแรกที่ทำให้เธอสามารถตระเวนไปแข่งขันยังต่างแดนได้มากขึ้น
เพราะยิ่งได้แข่งมากรายการ คะแนนสะสมก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเทิร์นโปร หรือไปเล่นในระดับดับเบิลยูทีทัวร์ให้ได้ภายในระยะเวลา
3 ปี ทำให้ณัฐนิดาและโค้ชอดุลย์ ต้องตัดสินใจที่จะพักการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย
1-2 ปี หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยมปลายจากโรงเรียนทิวไผ่งามไปแล้ว
เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการแข่งขันในต่างประเทศอย่างเต็มที่
ก่อนจะกลับมาหาสถานที่เรียนในระดับสถาบันอุดมศึกษาที่ให้การสนับสนุนเรื่องของกีฬาต่อไป
ซึ่งดูแล้วคงไม่พ้นมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังหลายแห่ง ที่มักดึงนักกีฬาเก่งๆ
เข้าร่วม "โครงการช้างเผือก" นั่นเอง
อนาคตของ "น้องจูน" จะมีโอกาสได้เทิร์นโปรอย่างรุ่นพี่ที่เป็นนักหวดในดวงใจอย่าง
"แทมมี่" แทมมารีน ธนสุกาญจน์ หรือนักหวดระดับมือ 1 โลก
อย่าง จัสติน เอแน็ง-อาร์เดน หรือไม่ คงต้องให้เวลาเธอพิสูจน์ผลงานสักระยะ
ด้วยความมุ่งมั่นและจิตใจที่แกร่งเกินร้อย
ขอเอาใจช่วยให้ความฝันของสาวน้อยวัย 17 ปี เป็นจริงในสักวัน?