| "มูลนิธิ"
ริโก้ กับบทบาทที่ให้ในสังคมไทย |
หนังสือพิมพ์ มติชน
February 08, 2006
ว่ากันว่า "พรสวรรค์" และ
"พรแสวง" เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ควรมีอยู่ในตัวของนักกีฬาทุกคนหากหวังจะประสบความสำเร็จ
บนเส้นทางของการแข่งขัน
แต่สำหรับ "นก" นพวรรณ เลิศชีวกานต์ นักหวดสาวไทยวัย
14 ปี ที่เพิ่งคว้าแชมป์เทนนิสเยาวชนนานาชาติ กลุ่ม 3
ของสหพันธ์เทนนิส นานาชาติ (ไอทีเอฟ) ที่ประเทศบังกลาเทศ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เธอไม่ได้มีแค่ "พรสวรรค์" และ
"พรแสวง" เท่านั้น
ทว่า "โอกาส" คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สาวน้อยหน้าใสก้าวมาถึงจุดนี้ได้
ที่สำคัญ ผู้หยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กสาวจากเชียงใหม่ผู้นี้
ไม่ได้มีสายสัมพันธ์ส่วนตัวใดๆ กับเธอเลยด้วยซ้ำ นอกเสียจากเป็นนักธุรกิจตาน้ำข้าวชาวอเมริกันที่หลงเสน่ห์เมืองไทยเท่านั้น!
ริก ฟาวเลอร์ เจ้าของมูลนิธิ ริโก้ วัย 51 ปี ผู้ปักหลักใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยมานานถึง
22 ปี คือผู้มอบโอกาสทองให้กับน้องนก ด้วยเหตุผลที่นักหวดสาวหลงใหลในกีฬาเทนนิสไม่ต่างจากตัวเอง
ริกเล่าว่า เขาเป็นนักท่องเที่ยวตัวยงคนหนึ่งที่เดินทางไปยังประเทศต่างๆ
มาแล้วนับไม่ถ้วน แต่เมื่อมีโอกาสได้เดินทางพักผ่อน
ที่เมืองไทย ในช่วง วันหยุด ก็เกิดติดใจจนแทบไม่อยากกลับ นั่นจึงเป็นที่มาของการตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อำเภอเชียงคำ
จังหวัดพะเยา
ในเวลาต่อมา หลังจากที่ ี่ก่อนหน้านั้น บริษัท ริโก้ อินเตอร์เนชั่นแนล
(สหรัฐอเมริกา) ของริกแค่ทำธุรกิจนำเข้าสินค้าที่เป็นงาน
ฝีมือจากเมืองไทยเท่านั้น
ด้วยความที่เห็นคุณค่างานฝีมือของคนไทยและเห็นว่าชาวบ้านในพื้นที่โดยเฉพาะแม่บ้านและลูกสาวไม่มีงานหรือรายได้เสริม
ในช่วงที่ฝ่ายชายออกไปทำไร่ไถนา ประกอบกับตนเองมี ทุนทรัพย์มากพอ จึงตั้งบริษัท
ริโก้ แฮนด์นิตส์ (Rico Handknits)
ขึ้น เพื่อส่งออกเสื้อถักไหมพรมจากฝีมือของชาวบ้านเหล่านี้ โดยมีภรรยาสาว
"คอรีน" เป็นดีไซเนอร์ออกแบบชุดต่างๆ เพื่อให
้เข้ากับรสนิยมของชาวตะวันตก
ริกไม่เพียงแต่สร้างงาน สร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับชาวบ้านในละแวกนั้นเพียงอย่างเดียว
แต่เจ้าตัวยังก่อตั้งมูลนิธิ ริโก้ ขึ้นในภายหลังด้วย
"ผมและภรรยา เราไม่มีลูก จึงอยากให้โอกาสกับเด็กไทยที่เรียนดี
แต่พ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย"
มูลนิธิ ริโก้ เป็นมูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นโดยไม่ได้หวังผลกำไรจากการประกอบการ
แต่มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็กไทยผู้ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์
"เด็กไทยหลายคนเรียนจนจบระดับมัธยม แต่ก็ต้องยอมทิ้งการศึกษาไปเพราะพ่อ-แม่มีปัญหาทางการเงิน
ดังนั้น ทางมูลนิธิจึงเข้ามา
ให้ทุนการศึกษากับเด็กๆ ที่อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และเห็นว่าการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งสำคัญ"
จากผลสำเร็จที่เกิดขึ้นในปี 2004 ทำให้ทางมูลนิธิตั้งใจขยายการให้ทุนการศึกษากับเด็กที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ
ทั่วประเทศไทยด้วย
เพราะ ในช่วงแรกๆ มูลนิธิมอบทุนให้เฉพาะนักเรียนไทยที่อยู่ในจังหวัดพะเยาเท่านั้น
ซึ่งนอกจากเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา และผู้ที่ประสงค์จะอุปถัมภ์ด้านการเรียนให้กับเด็กผู้ยากไร้แล้ว
เงินทุนส่วนใหญ่ของมูลนิธิก็มาจากบริษัทริโก้ อินเตอร์เนชั่นแนล
นั่นเอง
ริกเล่าด้วยว่า ในอนาคตข้างหน้า บนเนื้อที่ 30 ไร่
ในเชียงคำที่เขาเป็นเจ้าของอยู่นั้น จะกลายสภาพเป็นเทนนิสคอมเพล็กซ์
"ริโก้ เทนนิส เซ็นเตอร์" ที่มีคอร์ตเทนนิสที่ได้ระดับมาตรฐานโลกถึง
12 คอร์ต และจะเป็นครั้งแรกที่เมืองไทยมีสนามครบทุกพื้นผิว
ทั้งฮาร์ดคอร์ต (คอร์ตปูน),คอร์ตดิน และคอร์ตหญ้า อีกทั้งยังมีบ้านพักสำหรับนักเรียน
โค้ชและสตาฟฟ์สอนเทนนิส รวมถึงที่พัก
สำหรับแขกระดับ วีไอพีด้วย โดยมีโครงการเชิญนักหวดอาชีพชื่อดังมาเปิดคลีนิคสอนเทนนิสให้กับเยาวชนอย่างใกล้ชิด
"ผมรักกีฬาเทนนิส จึงเกิดความคิดที่จะทำศูนย์เทนนิสแห่งนี้ขึ้นมา
และหวังว่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแมตช์แข่งขันเทนนิสระดับ
อาชีพของเอเชียในอนาคต และที่นี่ก็จะเปิดให้นักหวดไทยที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากมูลนิธิใช้ฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่
รวมถึงลูกค้า
ที่เสียเงินเข้ามาใช้บริการด้วย ซึ่งเราคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากเด็กๆ
และเยาวชนในแถบเอเชีย"
อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างคอร์ตเพิ่งจะเสร็จไปเพียง
4 สนามเท่านั้น ประกอบกับมีปัญหาเรื่องวัสดุอุปกรณ์ด้วย ทำให้คาดว่าต้อง
ใช้เวลานานถึง 8 ปีกว่าทุกอย่างจะลงตัว และแล้วเสร็จในปี 2014
แม้ว่าศูนย์เทนนิสที่ อ.เชียงคำจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์
แต่ ณ ตอนนี้ "น้องนก" นพวรรณ ได้กลายเป็นผลผลิตในลำดับแรกๆ
ที่มูลนิธิให้การสนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในการแข่งขันเทนนิสระดับอาชีพ
โดยช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดมา
ตั้งแต่เดือน กันยายนที่แล้ว ซึ่งทางมูลนิธิจะให้เงินสนับสนุนปีละ
4-5 ล้านบาท รวมถึงว่าจ้างโค้ช "เมอเร็ค" มาทำหน้าที่โค้ชส่วนตัว
ให้อีกเดือนละ 6 หมื่นบาทด้วย หลังจากที่โค้ชชาวเยอรมันผู้นี้ เห็นแววของน้องนกมาตั้งแต่อายุแค่
8 ขวบ ก่อนจะเซ็นสัญญา
ร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว
ส่วนเรื่องการเรียน น้องนกต้องพักการเรียนในระดับมัธยม
ชั้นปีการศึกษาที่ 2 ที่โรงเรียนเลยีนา เชลี วิทยาลัย เอาไว้ก่อน เนื่องจากต้องตระเวนแข่งขันในต่างประเทศเพื่อทำอันดับคะแนนสะสม
โดยระหว่างนี้นกเรียนภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว
ก่อนจะเบนเข็ม ไปเรียน อี-เลิร์นนิ่ง (e-learning) ทางอินเตอร์เน็ตแทน
เพื่อจะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเล่นเทนนิส เพราะอีก 2-3 ข้างหน้าก็น่าจะเทิร์นโปรหรือเล่นอาชีพอย่างเต็มตัวได้แล้ว
"ในเมืองไทยมีนักหวดเก่งๆ หลายคน ทั้งแทมมารีน
ธนสุกาญจน์,ดนัย อุดมโชค และที่เป็นที่รู้จักกันดีก็มี ภราดร ศรีชาพันธุ์
ผมเชื่อมั่นว่านกจะไปถึงจุดนั้นได้ เพราะเป็นนักหวดที่เล่นได้ดีและมีความมุ่งมั่น"
แม้จะไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "คนไทย" แต่นักธุรกิจอเมริกันผู้นี้ก็มี
"หัวใจ" ของการเป็นผู้ให้อย่างเต็มเปี่ยม...
เผลอๆ อาจจะมากกว่าคนชาติเดียวกันเสียด้วยกระมัง!
|