12 September 2005
์ผมถูกโกง... ที่ อุสเบ..........
โดย ดนัย อุดมโชค


การแข่งขันเอเชี่ยนแชมป์เปี้ยนชิพประจำปี 2005 จัดขึ้นที่เมือง Tashkent ประเทศ Uzbekistan ซึ่งก็รวบรวมนักเทนนิสของเอเชียทั่วไปและผู้ที่ชนะเลิศรายการนี้ก็จะได้รับสิทธิพิเศษได้เล่นในรอบเมนดรอว์ในการแข่งขันแกรนสแลมป์แรก
ของปีที่ประเทศออสเตรเลีย นั่นก็คือการแข่งขันออสเตรเลี่ยนโอเพ่น แต่พวกชั้นหัวกะทิที่เก่งๆของเอเชียก็ไม่ค่อยมากันเพราะอาจจะเห็นว่า
ตนเองนั้นมีอันดับที่สามารถเข้าไปเล่นในรายการนี้ได้อยู่แล้ว อาทิ ภราดร กับ ลี ฮุง เต็ก จากประเทศเกาหลี หรืออาจจะเป็นพวกที่ติดแข่งที่อื่น
ซึ่งตรงกับการแข่งขันรายการนี้ เช่น ลู เยน ชุน กับ หวัง อยู่ สู้ จากประเทศไต้หวัน จึงทำให้ผมเป็นตัวเก็งที่จะชนะรายการนี้และได้รับการวาง
มือเป็นอันดับแรก แต่รายการนี้ก็มีนักเทนนิสมือดีๆจากเอเชียมาเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่มีเลย ซึ่งบางคนผมก็เคยแพ้มาบ้าง ชนะมาบ้างสลับกันไป

โดยรายการนี้เริ่งแข่งกันตั้งแต่วันจันทร์ แต่ผมเดินทางออกจากเมืองไทยวันอังคารเช้าเพราะว่าไม่มีเที่ยวบินที่จะไปที่นั่นทุกวัน ก็เลยต้องไปช้า
นิดนึงแต่ก็ยังดีที่ผมได้รับวางมือเป็นอันดับหนึ่งในสี่ ก็เลยไม่ต้องแข่งรอบแรก โดยผมเรื่องแข่งรอบสองวันพุธกันนักเทนนิสเจ้าถิ่น ซึ่งเค้าเล่น
ได้ดีเหมือนกันแต่ว่าเค้ายังเด็กไปหน่อยเลยทำให้เคยเล่นอย่างบู่มบ่ามเกินไป ผมเลยชนะมาได้สองเซ็ตรวด พอรอบสามซึ่งเป็นรอบก่อนรองชนะ เลิศผมต้องเจอกับนักเทนนิสจากประเทศคาซัคสถาน ซึ่งผมเคยชนะเค้ามาอย่างหวุดหวิดที่สุดในการแข่งขันเดวิสคัพที่ไทย โดยชนะเค้ามา ห้าเซ็ต แต่ก็นานมาแล้ว ่พอมาเจอกันอีกทีผมก็ชนะเค้าได้ไม่ยากเย็นนัก เพราะว่าประสบการณ์ของผมมีมากขึ้นทำให้ผมเรียนรู้วิธีการเล่นที่มากขึ้น รู้จักแก้เกมการเล่นได้หลากหลายขึ้น ทำให้ผมชนะไปได้สองเซ็ตรวดอีก วันรุ่งขึ้นผมก็ต้องแข่งรอบรองชนะเลิศโดยผมจะต้องเจอกับนัก
เทนนิสญี่ปุ่นซึ่งผมเคยแพ้เค้ามาแล้ว แต่ก็นานมาแล้ว โดยในครั้งนี้เหมือนอย่างที่ผมได้บอกไปว่าประสบการณืของผมมีมากขึ้น เลยทำให้ตอนนี้
กับตอนที่ผมเคยแพ้เค้ามานั้นมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง ครั้งนี้ผมจึงชนะเค้ามาได้สองเซ็ตรวดเหมือนกันแต่ว่าหืดจับหน่อยในเซตที่สอง เพราะว่า
ผมถูกเค้านำห่างออกไปก่อน แต่ผมไล่มาทันแล้วเบียดชนะไปในไทเบรก

ก็มาถึงรอบชิงชนะเลิศซึ่งนัดนี้เป็นการชี้ชะตาว่าใครจะเป็นคนที่ได้ไปเล่นในออวเตรเลี่ยนโอเพ่นในรอบเมนครอว์ปีหน้า ซึ่งที่ผมมาที่นี่ก็เพราะ
เหตุผลนี้แหละ โดยผมจะต้องเจอกับนักเทนนิสมือวางอันดับสองของรายการซึ่งเป็นนักเทนนิสเจ้าถิ่น แต่ผมก็มีความมั่นใจอยู่ในใจลึกๆว่าจะ
ชนะเค้าได้เพราะผมเคยชนะเค้ามาแล้วเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ก็ชนะมาอย่างที่เรียกว่าหืดจับเหมือนกัน เพราะว่าชนะเค้าด้วยไทเบรกทั้งสองเซต ซึ่งจะว่าไปแล้วเค้าก้เป็นนักเทนนิสที่มีฝีมือคนนึงเลยทีเดียว แต่ในใจผมก็ยังคิดว่าผมเอาชนะเค้าได้ แต่เพื่อนๆผมที่เล่นกับเค้ามาแล้วก็บอกว่า ระวังอย่าตีเบียดเส้นมากนัก เพราะว่ากรรมการที่นี่จะโกงให้นักเทนนิสเจ้าถิ่นคนนี้ตลอด อาจจะเป็นเพราะเค้าเป็นฮีโร่ของที่นี่ตอนนี้ แล้วใคร มั่งล่ะที่ไม่อยากให้ฮีโร่ของตัวเองชนะ เค้าจึงทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ฮีโร่ของเค้าชนะ ซึ่งผมก็รับฟังคำเตือนของเพื่อนที่โดนมามั่งแล้วแต่ผมก็ ็ไม่คิดว่ามันจะหนักหนาอะไร เพียงแค่เราไม่ตีไปให้ใกล้เส้นเท่านั้นเค้าก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

พอลงสนามไปตอนแรกๆผมก็พยายามที่จะไม่ตีเบียดเส้น โดยตีอย่างระวังที่สุด ปกติแล้วผมจะเป็นคนที่ตีใกล้เส้นมากๆแต่พอมาวันนี้ผมตีเน้นที่ จะเข้ากลางเป็นส่วนใหญ่แล้วคอยวิ่งเก็บทุกลูกที่เค้าตีมา โดยผมยอมที่จะเหนื่อยดีกว่าที่จะมาเสียสมาธิจากเรื่องการโกง ถ้าผมตีไล่เส้น ซึ่งตอนแรกก็ได้ผลก้เลยทำให้ผมชนะไปได้ในเซตแรกด้วยสกอร์ 6 เกมต่อ 4 ต่อมาในเซตที่สองระหว่างที่รักษาเกมเสริฟกันอยู่โดยเค้านำผม 2 ต่อ 1 เกม ก็ได้มีการเปลี่ยนผู้กำกับเส้นและเด็กเก็บบอล และนั่นเองซึ่งผมถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเกม เพราะผู้กำกับเส้นที่ลงมาใหม่นี้คอยที่จะ ทำลายสมาธิของผมให้กระเจิงไปโดยจะตัดสินผิดพลาดตลอด โดยเกมที่ผมเสริฟนั้นโดนตัดสินผิดไปสองที ละที่ผิดนี่เป็นลูกที่คู่ต่อสู้ของผม
ตีออกนอกเส้นแทบจะเรียกได้ว่า’ไกลโคตร’ก็ว่าได้ เพราะว่าออกเกือบหนึ่งไม้บรรทัด แต่ยังดีที่ผู้ตัดสินที่นั่งบนเก้าอี้เป็นชาวญี่ปุ่นแก้คำตัดสินให้ แต่นั่นก็ดึงสมาธิของผมออกไปได้เกือบครึ่งแล้วเพราะว่ามันไม่ได้ใกล้เคียงเลย ไม่น่าจะพลาด ผมก็หันไปถามคนที่กำกับเส้นคนนั้นว่ามันลงเหรอ เค้ากลับบอกว่าเค้าไม่เห็น ซึ่งผมก็โอเคไม่เป็นไร แต่แล้วผมก็มาโดนอีกทีในลูกเกมพ้อยท์ที่ผมจะปิดเกมเสริฟของตัวเอง และกรรมการชาว ญี่ปุ่นก็ต้องกลับคำตัดสินให้เป็นลูกออกอีก ซึ่งนั่นทำให้ผมรักษาเกมเสริฟไว้ได้ แต่อารมณ์ผมเริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้มาแล้ว เพราะว่ามันไม่ได้ ้ใกล้เคียงเลย และก็ไม่น่าจะพลาดติดๆกันขนาดนี้ พอเกมต่อมาผมก็โดนอีกสามทีและที่ทำให้ผม “เละ” ก็เป็นแต้มที่ผมกำลังจะเบรกเค้าได้ โดยเค้าเสริฟมาได้ดีแต่ผมรีเทิร์นไปดีมากๆลูกนี้ซึ่งผมเห็นจะจะกะตาว่าลูกบอลนั้นอยู่ในเส้นเกือบคืบนึงได้แล้วถ้าเป็นที่อื่นนั้นผมคงเบรกเค้า
ได้ไปแล้ว แต่ว่าผู้กำกับเส้นขานว่าออก จึงทำให้ผมเสียโอกาสที่จะเบรกเค้าไปเลย ลูกนี้เองสมาธิที่ผมพยายามไม่ให้มันกระเจิงไปนั้น แตกกระจาย เป็นเสี่ยงๆ ผมโมโหมากลูกนี้เพราะว่าเป็นโอกาสที่จะเบรกเค้าได้แล้วโอกาสนั้นก็ไม่ได้จะหาได่ง่ายๆนัก ผมเดินเข้าไปหาผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่นทันที แล้วถามเค้าว่าคุณไม่เห็นเหรอว่าลูกมาลง เค้าบอกว่าเค้าเปลี่ยนคำตัดสินของผู้กำกับเส้นบ่อยๆไม่ได้ และผู้กำกับเส้นที่นี่ก็ฉลาดมากคือโกงแต่เส้น ที่ไกลจากกรรมการชาวญี่ปุ่นคนนี้ เลยทำให้เค้าเปลี่ยนคำตัดสินทุกทีไม่ได้

ผมต้องขออธิบายก่อนว่าปกติตามมารยาทแล้วกรรมการที่นั่นบนเก้าอี้จะไม่เปลี่ยนคำตัดสินของผู้กำกับเส้นถ้าเป็นเส้นที่ไกลที่ที่เค้านั่ง แต่ครั้ง
ก่อนที่เค้าเปลี่ยนให้เพราะว่ามันออกเยอะมากจริงๆ แต่พวกนั้นก็โกงได้ทุกทีไปและบ่อยมากด้วย ก็เลยทำให้เค้าลำบากใจที่จะเปลี่ยนคำตัดสิน
ทุกทีไป และถ้าเค้าเปลี่ยนทุกทีเค้าอาจจะไม่ได้กลับญี่ปุ่นก็เป็นได้ เพราะกองเชียร์ที่นี่เถื่อนมากๆ ขนาดว่ามีปาก้อนหินมาที่นักเทนนิสซึ่งเป็นเพื่อน ผมและเค้าเชียร์ผมด้วย โดยเพื่อนผมเค้าบอกว่าเค้าโดนไปสามที มีที่หลังและที่หัวอีกสองที ซึ่งผมมารู้หลังจากที่แข่งเสร็จแล้ว ที่นี้มาต่อในเกม การเล่นของผมนะครับ พอผมเสียโอกาสที่จะเบรกเค้าได้อย่างแสบที่สุดแล้ว และผมเบรกเค้าไม่ได้เลยทำให้ผมหมดกำลังใจที่จะเล่นเลย

อยากจะบอกจริงๆว่าผมท้อมากตอนนั้น ผมเหนื่อยนะที่เราพยายามวิ่งเก็บทุกลูก พยายามตีไม่เบียดเส้น ยิงเหมือนที่เคยยิงก็ไม่ได้เพราะกลัวลูก
จะไปใกล้ๆที่เส้น ทำให้ผมต้องเหนื่อยกว่าปกติ และทำให้เค้าเป็นคนคุมเกมอย่างเดียว ผมก็พยายามวิ่งเท่าที่กำลังจะมี แต่พอมาเจออย่างน
ี้ผมก็ท้อเหมือนกันนะครับ มันเหมือนกับว่าผมอยู่ในสนามคนเดียวแล้วมีคู่ต่อสู้สิบคน(คู่ต่อสู้กับผู้กำกับเส้นทุกเส้นอีกเก้าคน)ผมก็เลยเล่นแบบ
ทิ้งเกมไปเลยคือไม่วิ่งไม่อะไรเลย สมองผมตอนนั้นเรียกได้ว่า “ช็อต” ก็ว่าได้เหมือนกับผมเล่นอย่างไร้วิญญาณเลย ไม่มีความรู้สึกที่จะส
ู้ต่อไปอีกแล้ว ก็เลยทำให้ผมแพ้เค้าอย่างราบคาบขาดลอย และก็หมดสิทธิที่จะได้รับสิทธิพิเศษที่จะเข้าไปเล่นในรอบเมนดรอว์ออสเตรเลี่ยน
โอเพ่นทันที แต่ผมก็ยังมีโอกาสที่จะเข้าไปเล่นได้ด้วยอันดับถ้าผมทำผลงานต่อจากนี้ได้ดี หรือท้ายที่สุกก็ไปเล่นรอบคัดเลือกเหมือนเดิม....

เหตุการณืนี้ผมก็อยากบอกน้องๆเอาไว้ว่าสมาธินั้นสำคัญกับเกมเทนนิสแค่ไหน และถ้าเราไม่มีสมาธิในการเล่นแล้วก็จะทำให้ประสิทธิภาพของ
การเล่นของเราลดลงเกือบครึ่งทีเดียว

since : 18 May 2003
This is my private website running information for supporting Thai players, in no way related to them and their agents.
If you have any comment / questions please contact jiro@ksc.th.com
Copyright © jirobkk 2003 - 2009. All Right Reserved.