09
November 2005
์ความกดดันในการทำอันดับโลกให้เข้าท๊อปร้อย
โดย ดนัย อุดมโชค
ผมคิดว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดปีหนึ่งของผมเพราะว่าผมทำผลงานได้ดีที่สุดในปีนี้คือได้แชมป์ระดับชาเลนเจอร์สองรายการแถมยังเข้ารอบสอง
ในแกรนสแลมป์ที่วิมเบิลดันซึ่งเป็นพื้นสนามหญ้าที่ผมเคยคิดว่าผมไม่สามารถเล่นบนพื้นสนามแบบนี้ได้
และรวมไปถึงการเข้าชิงชาเลนเจอร์
อีกรายการที่ประเทศอูซเบกิสถานและเข้ารอบสองในระดับเอทีพีที่ปักกิ่ง
ผลงานทั้งหมดที่ผมกล่าวมานั้นมันทำให้ผมคิดไปไกลว่าภายในปีนี้ ี้ผมจะทำอันดับให้อยู่หนึ่งในร้อยได้ไม่ยาก
โดยอันดับของผมขยับขึ้นมาจาก
สองร้อยกว่าตอนสิ้นปีมาอยู่ที่128 และยังเหลือเวลาอีกตั้งสี่เดือน
ที่ผมสามารถจะทำให้อยู่หนึ่งในร้อยให้ได้ และจุดนี้เองเป็นจุดที่ทำให้ผมเอามา
เป็นตัวบั่นทอนความสามารถที่ผมมี และเป็นความกดดันที่ผม สร้างให้กับตัวเองโดยที่ผมไม่รู้ตัวจึงทำให้เวลาสี่เดือนที่ผมได้กล่าวไว้นั้นผ่านไป
อย่างไม่มีความหมาย
โดยเริ่มจากที่ไทยแลนด์โอเพ่นที่ผมเจอกับมือวางอันดับสามของรายการและเป็นมืออันดับยี่สิบเอ็ดของโลกในตอนนั้น..ผมมีโอกาสที่จะสร้าง
เซอร์ไพร้ซ์ได้เพราะว่าผมชนะไปในเซตแรก หกเกมต่อสี่ แล้วเซตที่สองผมก็เบรกเค้าได้ขึ้นนำห่างสามเกมต่อหนึ่งแต่ก็เพราะผมเอาจุดนี้
มากดดันตัวเองแล้วคิดว่าผมจะชนะเค้าได้ เลยทำให้ อาการปวดท้องกำเริบ
แล้วทำให้ผมแพ้ไปแบบได้มาแค่เกมเดียวหลังจากนั้นสัปดาห์ต่อมา
ก็ที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นรายการเอทีพีที่ใหญ่พอสมควรและ ผมได้เข้ารอบเมนดรอว์โดยไม่ต้องแข่งรอบคัดเลือก
แถมสายการแข่งขันที่ออกมาก็ถือได้ว่า
ดีพอสมควรแต่นั่นก็เป็กอีกเหตุผลนึงที่ทำให้ผมมี ความกดดันขึ้นมาและผมก็ไม่เคยที่จะปล่อยให้ความกดดันนั้นไปไหนเสีย
ก็เลยเอามาเก็บไว
้และทำให้ผมคิดมากในตอนตีทั้งที่ถ้าเทียบกันแล้ว ใครๆก็มองว่าผมเป็นต่อ
แต่ผมก็แพ้เหมือนเดิม โดยที่ผมเบรกเค้าได้และออกนำก่อนทุกเซต
หลังจากนั้นอีกสามสัปดาห์ผมก็มาแข่งชาเลนเจอร์ที่ ี่เกาหลีโดยสายที่ออกมานั้นผมก็คิดไว้ว่าอย่างน้อยก็น่าจะรอบก่อนรองชนะเลิศแน่ๆ
แต่ผมก็เล่นไม่ได้อย่างที่คิดในตอนเริ่มแข่งจึงเป็นการสร้างความกดดันให้กับตัวเองอีกและทำให้ผมแพ้มือที่เรียกได้ว่าคนละระดับไปอย่างชนิดท
ี่เรียกได้ว่าเกือบจะหมดรูปเลยก็ว่าได้และผมคิดว่าแมทช์นี้เอง ที่ทำให้ผมเสียความมั่นใจไปหมดและเวลาก่อนผมแข่งทุกที่หลังจากที่แพ้คราวนั้น
ภาพและความรู้สึกของแมทช์นั้นจะมาอยู่ที่ผมทันทีทั้งทั้งที่ ี่ผมก็พยายามจะลืมมัน
แต่มันก็ทำไม่ได้ อาจเป็นเพราะความเสียดายโอกาสนั้นมาก..
โอกาสที่จะทำให้ผมเข้าหนึ่งในร้อยอันดับแรกของโลก แต่ผมก็ปล่อยให้มันหลุดมือไป
และมันก็จะเป็นแผลในความทรงจำที่ยากจะลบเลือน
และจุดนี้เองทำให้สัปดาห์ต่อมาที่ปูซานผมแพ้ไปแบบหมดท่า กับคนที่ผมเล่นสูสีกับเค้ามาตลอด..ทั้งๆที่ผมได้คว้าแชมป์ที่นี่เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง
และขณะนี้ผมก็เพิ่งแพ้รอบแรกไปอีกสัปดาห์ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ห้าแล้ว
และความหวังของผมที่จะทำได้เข้าไปในท็อปร้อยนั้นหายไปในทันท
ี
ผมซึ่งเคยหวังไว้เมื่อตอนนั้น..พอมาตอนนี้ผมยังคิดอยู่เลยว่าผมนั้นหวังสูงไปรึเปล่า
มันคงเป็นไปได้ยากแล้วมั้งที่จะเข้าท็อปร้อย แต่ถึงกระนั้นผมก็ ็ยังคงต้องเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อไปให้ถึงสิ่งที่ผมหวังไว้ให้ได้อยู่ดี
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความฝันก็ตาม...
|