ในรอบปีที่ผ่านมา หากกวาดตามองหานักกีฬาดาวรุ่งของไทยที่น่าจะก้าวเข้ามาเป็นความหวังใหม่ในวงการกีฬาไทย
และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นไปสู่การเล่นในระดับอาชีพอย่างเต็มตัวมากขึ้น
ชื่อของ 2 นักเทนนิสแฝด ""สนฉัตร-สรรค์ชัย รติวัฒน์""
น่าจะเป็นชื่อที่โดดเด่นมากที่สุด
ผลงานในรอบปีที่ผ่านมาของพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ในการตระเวนแข่งขันในต่างประเทศ
แม้ว่าจะโดดเด่นและมีผลงานการคว้าแชมป์เทนนิสคู่รายการระดับเล็กๆ
อย่างชาลเลนเจอร์ และฟิวเจอร์ทัวร์นาเมนต์ ในระดับเงินรางวัล
10,000-25,000 เหรียญสหรัฐ ก็ตาม
แต่ผลงานเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงพัฒนาอย่างต่อเนื่องของคู่แฝด
ที่หวังจะทำสถิติเป็นนักเทนนิสประเภทคู่ของไทยที่ก้าวไปสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพอย่างเต็มตัวเป็นคู่แรก
"ปีที่ผ่านมา "สนฉัตร-สรรค์ชัย"
คว้าแชมป์ประเภทคู่ได้ 6 รายการ และรองแชมป์อีก 4 รายการ จากการลงแข่งขันรวมทั้งสิ้น
21 รายการ"
ผลงานแชมป์ 6 รายการของ ""สนฉัตร-สรรค์ชัย""
เริ่มจากการแข่งขันโรมาเนีย เอฟ 5 ที่กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย
ในเดือนกรกฎาคม ต่อด้วยโรมาเนีย เอฟ 7 ที่เมืองกาลาติ ประเทศโรมาเนีย
เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นทั้งคู่กลับมาตระเวนแข่งขันในแถบเอเชีย
และกวาดแชมป์ไปอีก 4 รายการ จากรายการอินโดนีเซีย เอฟ 2 ที่เมืองสุราบาย่า
ประเทศอินโดนีเซีย รายการดาห์วัด โอเพ่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา
เอฟ 1 ที่กรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา และปิดท้ายฤดูกาลด้วยรายการไทเป
เอฟ 1 ที่ประเทศไต้หวัน ก่อนจะปิดฉากปี 2546 อย่างสวยหรูด้วยการคว้าเหรียญทองชายคู่
เทนนิส กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
"สำหรับผลงานในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าเกินกว่าที่คาดหมายไว้
โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่ทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษ จนคว้าแชมป์ได้ถึง
6 รายการในประเภทคู่ รวมทั้งยังคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้อีก ขณะที่ประเภทเดี่ยว
ยังสร้างผลงานได้ไม่ดีนัก ตกรอบแรกซะมาก ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ว่าพวกผม
2 คน เล่นประเภทเดี่ยวด้วย และเล่นทุกรายการที่ลงแข่งขันด้วย"
ส่วนเป้าหมายหลักในฤดูกาลหน้าของทั้งคู่ คือ
การผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย "โอลิมปิกเกมส์ 2004"
ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ให้ได้ โดยขณะนี้อันดับโลกของทั้งคู่อยู่อันดับที่
233 ของโลก ซึ่งตามความคาดหมายแล้วหากต้องการจะติดโควตาเล่นโอลิมปิกรอบสุดท้าย
ทั้งคู่จะต้องทำอันดับให้ขึ้นมาอยู่ใน 120 อันดับแรกของโลกให้ได้
ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จึงจะมีโอกาสที่จะได้ลุ้นสิทธินี้ ซึ่งทั้ง
2 คนได้วางแผน และเตรียมโปรแกรมการแข่งขันในปีหน้า เพื่อเร่งทำอันดับอย่างเต็มที่
โดยวางโปรแกรมขยับเข้าเล่นในระดับชาลเลนเจอร์มากขึ้น ซึ่งจะมีเงินรางวัล
รวมทั้งคะแนนสะสมที่มากกว่ารายการระดับฟิวเจอร์ ที่ฤดูกาลที่ผ่านมาทั้งคู่สร้างผลงานได้ดี
2 รายการแรกที่จะเริ่มประเดิมฤดูกาลใหม่ เป็นการแข่งขันในแถบเอเชีย
คือ รายการที่กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้
แล้วต่อด้วยการแข่งขันที่กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่
1 มีนาคม โดยทั้ง 2 รายการเป็นรายการในระดับเงินรางวัล 50,000
เหรียญสหรัฐ ซึ่งทั้งคู่จะต้องพบเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือสูงกว่าในระดับฟิวเจอร์
และจะเป็นด่านทดสอบความพร้อม และฝีมือของทั้งคู่ว่า พร้อมที่จะก้าวเข้ามาเป็นความหวังใหม่ของวงการเทนนิสไทยหรือไม่
รวมถึงความหวังในการผ่านเข้ารอบสุดท้ายโอลิมปิก
"ปีหน้า วางโปรแกรมไว้คร่าวๆ จะตระเวนแข่งขันประมาณ
25 รายการ เพิ่มมากกว่าฤดูกาลที่แล้ว เพราะนอกจากต้องเร่งทำคะแนนเข้าไปเล่นโอลิมปิกแล้ว
จะต้องพยายามยกระดับผลงานในการแข่งขันรายการที่ใหญ่มากขึ้น ที่จะต้องเจอกับคู่แข่งที่มีฝีมือสูงขึ้นด้วย
โดยจะลงเล่นทั้งประเภทคู่ และเดี่ยว เหมือนเดิมในทุกรายการที่ลงแข่งขัน
แต่คงต้องเน้นผลในประเภทคู่มากกว่า โดยตั้งเป้าหมายหลังจากจบฤดูกาลไว้ด้วยการติด
100 อันดับแรกของโลกให้ได้ ส่วนประเภทเดี่ยวคงต้องพัฒนาให้มีผลงานเข้ามาใกล้เคียงกับประเภทคู่ให้มากขึ้น
เพราะจริงๆ แล้วอยากสร้างผลงานให้ดีในการแข่งขันทั้ง 2 ประเภท
โดยตั้งเป้าไว้ที่การติด 500 อันดับแรกของโลก"
สำหรับอันดับโลกประเภทเดี่ยวของสนฉัตร ขณะนี้อยู่ที่อันดับ
749 ของโลก และสรรค์ชัย อันดับ 1,250 ของโลก
ส่วนศึกใหญ่ของ ""สนฉัตร-สรรค์ชัย""
ในฤดูกาลหน้า นอกจากการทำอันดับเข้าโอลิมปิก รอบสุดท้าย และการตระเวนแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นแล้ว
ทั้งคู่ยังได้รับการบอกกล่าวอย่างไม่เป็นทางการจากผู้ใหญ่ในลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ
ให้เข้ามาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมเทนนิสทีมชาติไทย ในการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ
โซนเอเชีย-โอเชียเนีย ที่จะพบกับปากีสถาน ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ด้วย
ซึ่งทั้งคู่ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พร้อมเต็มที่ที่จะเข้ามาผนึกกำลังในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมเทนนิสทีมชาติไทย
ในส่วนที่ยังขาดนักเทนนิสประเภทคู่อยู่ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์นำทีมเทนนิสไทยเข้าสู่รอบเวิร์ลด์กรุ๊ป
ขณะนี้ ""สนฉัตร-สรรค์ชัย""
อยู่ภายใต้การดูแลของนาย "ฉัตรชัย รติวัฒน์" บิดา
ที่เฝ้าฝึกฝนฝีมือการเล่นเทนนิสให้ตั้งแต่เด็กแล้ว นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจาก
"บริษัท โฟเคิล" บริษัทอุปกรณ์กีฬาเทนนิสที่เป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์กีฬาให้กับทั้งคู่
ในการว่าจ้างนาย "โรเบิร์ต บาร์" ผู้ฝึกสอนเทนนิสชาวอเมริกันเข้ามาฝึกปรือฝีมือการเล่นเทนนิสให้กับทั้งคู่
ทั้งในด้านเทคนิค และจิตวิทยา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันทั้งคู่ก็ยังพยายามที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ด้วยความลบจุดอ่อนของตัวเองในเรื่องรูปร่างที่เล็กบอบบาง และขาดความแข็งแกร่ง
เมื่อเทียบกับนักเทนนิสจากชาติตะวันตก ด้วยการเสริมโปรแกรมการเล่นเวตเทรนนิ่งเพิ่มมากขึ้น
สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง รวมไปถึงการวางโปรแกรมในการบริโภคอาหารที่มีโปรตีนเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะนม เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งคู่จะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา
แต่ก็ยังคงประสบปัญหาเหมือนกับนักกีฬาดาวรุ่งประเภทอื่นๆ ของไทย
คือ การขาดการสนับสนุนจากภาครัฐบาล และเอกชน โดยเฉพาะในเรื่องค่าใช้จ่ายการตระเวนแข่งขันในต่างประเทศที่ไม่เพียงพอ
แม้ว่าจะมีผู้ใหญ่ในลอนเทนนิสฯที่พยายามจะเข้าเจรจากับ "บริษัท
การบินไทย" เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เวลาล่วงเลยมาเป็นเวลานานก็ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด
ทำให้ทั้งคู่ และนายฉัตรชัย ผู้เป็นบิดา ต้องเข้าไปขอรับการสนับสนุนจาก
"บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด" และขณะนี้กำลังรอคำตอบอยู่
"นักกีฬาดาวรุ่งจะแจ้งเกิดได้เต็มตัว จำเป็นต้องมีผู้สนับสนุน"
"เชิญช่วยกันคนละไม้ คนละมือ ได้เลยนะขอรับ"
|