เทนนิสคู่ อาชีพ ( January 1, 2004 )

ในรอบปีที่ผ่านมา หากกวาดตามองหานักกีฬาดาวรุ่งของไทยที่น่าจะก้าวเข้ามาเป็นความหวังใหม่ในวงการกีฬาไทย และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นไปสู่การเล่นในระดับอาชีพอย่างเต็มตัวมากขึ้น ชื่อของ 2 นักเทนนิสแฝด ""สนฉัตร-สรรค์ชัย รติวัฒน์"" น่าจะเป็นชื่อที่โดดเด่นมากที่สุด

ผลงานในรอบปีที่ผ่านมาของพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ในการตระเวนแข่งขันในต่างประเทศ แม้ว่าจะโดดเด่นและมีผลงานการคว้าแชมป์เทนนิสคู่รายการระดับเล็กๆ อย่างชาลเลนเจอร์ และฟิวเจอร์ทัวร์นาเมนต์ ในระดับเงินรางวัล 10,000-25,000 เหรียญสหรัฐ ก็ตาม

แต่ผลงานเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงพัฒนาอย่างต่อเนื่องของคู่แฝด ที่หวังจะทำสถิติเป็นนักเทนนิสประเภทคู่ของไทยที่ก้าวไปสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพอย่างเต็มตัวเป็นคู่แรก

"ปีที่ผ่านมา "สนฉัตร-สรรค์ชัย" คว้าแชมป์ประเภทคู่ได้ 6 รายการ และรองแชมป์อีก 4 รายการ จากการลงแข่งขันรวมทั้งสิ้น 21 รายการ"

ผลงานแชมป์ 6 รายการของ ""สนฉัตร-สรรค์ชัย"" เริ่มจากการแข่งขันโรมาเนีย เอฟ 5 ที่กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ในเดือนกรกฎาคม ต่อด้วยโรมาเนีย เอฟ 7 ที่เมืองกาลาติ ประเทศโรมาเนีย เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นทั้งคู่กลับมาตระเวนแข่งขันในแถบเอเชีย และกวาดแชมป์ไปอีก 4 รายการ จากรายการอินโดนีเซีย เอฟ 2 ที่เมืองสุราบาย่า ประเทศอินโดนีเซีย รายการดาห์วัด โอเพ่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา เอฟ 1 ที่กรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา และปิดท้ายฤดูกาลด้วยรายการไทเป เอฟ 1 ที่ประเทศไต้หวัน ก่อนจะปิดฉากปี 2546 อย่างสวยหรูด้วยการคว้าเหรียญทองชายคู่ เทนนิส กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

"สำหรับผลงานในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าเกินกว่าที่คาดหมายไว้ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่ทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษ จนคว้าแชมป์ได้ถึง 6 รายการในประเภทคู่ รวมทั้งยังคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้อีก ขณะที่ประเภทเดี่ยว ยังสร้างผลงานได้ไม่ดีนัก ตกรอบแรกซะมาก ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ว่าพวกผม 2 คน เล่นประเภทเดี่ยวด้วย และเล่นทุกรายการที่ลงแข่งขันด้วย"

ส่วนเป้าหมายหลักในฤดูกาลหน้าของทั้งคู่ คือ การผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย "โอลิมปิกเกมส์ 2004" ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ให้ได้ โดยขณะนี้อันดับโลกของทั้งคู่อยู่อันดับที่ 233 ของโลก ซึ่งตามความคาดหมายแล้วหากต้องการจะติดโควตาเล่นโอลิมปิกรอบสุดท้าย ทั้งคู่จะต้องทำอันดับให้ขึ้นมาอยู่ใน 120 อันดับแรกของโลกให้ได้ ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จึงจะมีโอกาสที่จะได้ลุ้นสิทธินี้ ซึ่งทั้ง 2 คนได้วางแผน และเตรียมโปรแกรมการแข่งขันในปีหน้า เพื่อเร่งทำอันดับอย่างเต็มที่ โดยวางโปรแกรมขยับเข้าเล่นในระดับชาลเลนเจอร์มากขึ้น ซึ่งจะมีเงินรางวัล รวมทั้งคะแนนสะสมที่มากกว่ารายการระดับฟิวเจอร์ ที่ฤดูกาลที่ผ่านมาทั้งคู่สร้างผลงานได้ดี

2 รายการแรกที่จะเริ่มประเดิมฤดูกาลใหม่ เป็นการแข่งขันในแถบเอเชีย คือ รายการที่กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ แล้วต่อด้วยการแข่งขันที่กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 1 มีนาคม โดยทั้ง 2 รายการเป็นรายการในระดับเงินรางวัล 50,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งทั้งคู่จะต้องพบเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือสูงกว่าในระดับฟิวเจอร์ และจะเป็นด่านทดสอบความพร้อม และฝีมือของทั้งคู่ว่า พร้อมที่จะก้าวเข้ามาเป็นความหวังใหม่ของวงการเทนนิสไทยหรือไม่ รวมถึงความหวังในการผ่านเข้ารอบสุดท้ายโอลิมปิก

"ปีหน้า วางโปรแกรมไว้คร่าวๆ จะตระเวนแข่งขันประมาณ 25 รายการ เพิ่มมากกว่าฤดูกาลที่แล้ว เพราะนอกจากต้องเร่งทำคะแนนเข้าไปเล่นโอลิมปิกแล้ว จะต้องพยายามยกระดับผลงานในการแข่งขันรายการที่ใหญ่มากขึ้น ที่จะต้องเจอกับคู่แข่งที่มีฝีมือสูงขึ้นด้วย โดยจะลงเล่นทั้งประเภทคู่ และเดี่ยว เหมือนเดิมในทุกรายการที่ลงแข่งขัน แต่คงต้องเน้นผลในประเภทคู่มากกว่า โดยตั้งเป้าหมายหลังจากจบฤดูกาลไว้ด้วยการติด 100 อันดับแรกของโลกให้ได้ ส่วนประเภทเดี่ยวคงต้องพัฒนาให้มีผลงานเข้ามาใกล้เคียงกับประเภทคู่ให้มากขึ้น เพราะจริงๆ แล้วอยากสร้างผลงานให้ดีในการแข่งขันทั้ง 2 ประเภท โดยตั้งเป้าไว้ที่การติด 500 อันดับแรกของโลก"

สำหรับอันดับโลกประเภทเดี่ยวของสนฉัตร ขณะนี้อยู่ที่อันดับ 749 ของโลก และสรรค์ชัย อันดับ 1,250 ของโลก

ส่วนศึกใหญ่ของ ""สนฉัตร-สรรค์ชัย"" ในฤดูกาลหน้า นอกจากการทำอันดับเข้าโอลิมปิก รอบสุดท้าย และการตระเวนแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นแล้ว ทั้งคู่ยังได้รับการบอกกล่าวอย่างไม่เป็นทางการจากผู้ใหญ่ในลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ให้เข้ามาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมเทนนิสทีมชาติไทย ในการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ โซนเอเชีย-โอเชียเนีย ที่จะพบกับปากีสถาน ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ด้วย ซึ่งทั้งคู่ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พร้อมเต็มที่ที่จะเข้ามาผนึกกำลังในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมเทนนิสทีมชาติไทย ในส่วนที่ยังขาดนักเทนนิสประเภทคู่อยู่ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์นำทีมเทนนิสไทยเข้าสู่รอบเวิร์ลด์กรุ๊ป

ขณะนี้ ""สนฉัตร-สรรค์ชัย"" อยู่ภายใต้การดูแลของนาย "ฉัตรชัย รติวัฒน์" บิดา ที่เฝ้าฝึกฝนฝีมือการเล่นเทนนิสให้ตั้งแต่เด็กแล้ว นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจาก "บริษัท โฟเคิล" บริษัทอุปกรณ์กีฬาเทนนิสที่เป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์กีฬาให้กับทั้งคู่ ในการว่าจ้างนาย "โรเบิร์ต บาร์" ผู้ฝึกสอนเทนนิสชาวอเมริกันเข้ามาฝึกปรือฝีมือการเล่นเทนนิสให้กับทั้งคู่ ทั้งในด้านเทคนิค และจิตวิทยา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันทั้งคู่ก็ยังพยายามที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ด้วยความลบจุดอ่อนของตัวเองในเรื่องรูปร่างที่เล็กบอบบาง และขาดความแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับนักเทนนิสจากชาติตะวันตก ด้วยการเสริมโปรแกรมการเล่นเวตเทรนนิ่งเพิ่มมากขึ้น สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง รวมไปถึงการวางโปรแกรมในการบริโภคอาหารที่มีโปรตีนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนม เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งคู่จะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงประสบปัญหาเหมือนกับนักกีฬาดาวรุ่งประเภทอื่นๆ ของไทย คือ การขาดการสนับสนุนจากภาครัฐบาล และเอกชน โดยเฉพาะในเรื่องค่าใช้จ่ายการตระเวนแข่งขันในต่างประเทศที่ไม่เพียงพอ แม้ว่าจะมีผู้ใหญ่ในลอนเทนนิสฯที่พยายามจะเข้าเจรจากับ "บริษัท การบินไทย" เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เวลาล่วงเลยมาเป็นเวลานานก็ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด ทำให้ทั้งคู่ และนายฉัตรชัย ผู้เป็นบิดา ต้องเข้าไปขอรับการสนับสนุนจาก "บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด" และขณะนี้กำลังรอคำตอบอยู่

"นักกีฬาดาวรุ่งจะแจ้งเกิดได้เต็มตัว จำเป็นต้องมีผู้สนับสนุน"

"เชิญช่วยกันคนละไม้ คนละมือ ได้เลยนะขอรับ"

since : 18 May 2003
This is my private website running information for supporting Thai players, in no way related to them and their agents.
If you have any comment / questions please contact jiro@ksc.th.com
Copyright © jirobkk 2003 - 2009. All Right Reserved.