2007 ปารีส 6
บทเรียนใน โรลังด์ การ์รอส
วันนี้เป็นวันที่ 6 ใน โรลังด์ การ์รอส ของผมแล้ว และก็เป็นวันที่ผมจะได้มีโอกาสลงไปเหยียบ ดินสีแดง ภายในคอร์ตเทนนิสแห่งนี้ เพื่อทำการแข่งขันสักที หลังจากที่เมื่อวันก่อนนั้น ผมต้องนั่งคอย นอนคอยทั้งวัน จนรู้สึกว่าวันเวลานั้นช่างยาวนานเสียเหลือเกิน
ในวันที่ผมต้องลงแข่งวันแรกนั้น มันก็มีเหตุการณ์ที่เรียกว่า ฉุกละหุก นิดหน่อยก่อนที่จะเริ่มต้นเกม คือเรื่องก็มีอยู่ว่า ปกติแล้วผมจะต้องแข่งเป็นคู่ที่ 3 ของคอร์ตหมายเลข 10 ซึ่ง 2 คู่ก่อนหน้าผมเป็นการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวทั้ง 2 คู่ แต่ว่าคู่ที่ 2 นั้นเป็นคู่ที่แข่งค้างมาจากวันก่อนหน้านี้ โดยแข่งเสร็จกันไปแล้ว 1 เซต ซึ่งคู่แรกเริ่มตอน 11 โมง ผมก็ประมาณเวลาเอาไว้ว่า คู่แรกแข่ง 3 ใน 5 เซต อย่างเร็วก็ไม่น่าจะต่ำกว่าชั่วโมงครึ่ง และคู่ต่อมาก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นผมก็น่าจะแข่งซักประมาณบ่ายสองโมง ผมก็เลยจองคอร์ตซ้อม เพื่อที่จะใช้ วอร์มอัพ ร่างกายตอนประมาณเที่ยงครึ่ง เพราะว่ามีคอร์ตว่าง ในช่วงเวลานั้นพอด
แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมคาดการณ์เอาไว้ เพราะว่าคู่แรกนั้น มีนักกีฬาเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นในเกมแรกของการแข่งขัน แล้วต้องขอยอมแพ้บายไป ทำให้คู่ที่ 2 เริ่มต้นการแข่งขันเร็วกว่าที่ผมคาดเอาไว้เกือบ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว คือคู่นี้ลงแข่งตอนเวลาประมาณ 11 โมงครึ่ง แถมยังแข่งกันไปแล้ว 1 เซตจากวันก่อน
ผมตอนนี้ก็กระวนกระวายสิครับ เพราะว่าอีกไม่นานจะต้องลงแข่งคู่ต่อไปแล้ว คอร์ตซ้อมก็ได้ตอนเที่ยงครึ่ง ตอนก่อนนั้นก็ไม่มี
ความรู้สึกของผมตอนนั้นนี่บอกไม่ถูกเลยครับ...แบบว่าอยากทำทุกอย่างเสร็กก่อนที่จะเริ่มแข่งมาก ๆ เพราะว่าผมวางแผนเอาไว้ว่า หลังจากวอร์มอัพเสร็จ ก็จะไปหาอะไรทาน เพื่อที่ตอนแข่งจะได้มีกำลัง และไม่รู้สึกหิว และก็ต้องมาผสมน้ำเกลือแร่ ที่จะใช้ในตอนแข่งอีก ไหนจะต้องสกรีนไม้เทนนิสอีก แต่เหตุการณ์มันบังคับให้ต้องเป็นแบบนี้
ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแต่หลังวอร์มอัพเสร็จก็ต้องรีบทำทุกอย่าง แทนที่จะได้เตรียมตัวทำไปเรื่อย ๆ ก็ต้องมารีบทำ แต่ผมก็ทำทุกอย่างที่กล่าวมาเสร็จทันก่อนแข่งแบบ ฉิวเฉียด เลยนะครับ
พอทำอะไรเสร็จปุ๊บ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน ก็เดินมาเรียกชื่อผมให้ลงสนามพอดี แต่ผมว่าถ้ามีเวลาเตรียมตัวให้นานกว่านี้ก็คงดี และความรู้สึกของผมในแมทช์นี้ ก็ตื่นเต้นมาก ๆเพราะว่า นี่เป็นครั้งแรก ที่ผมได้มาเล่นในรอบเมนดรอว์ของ รายการเฟร้นช์ โอเพ่น แถมยังมีเวลาในการเตรียมตัวทำใจทำสมาธิน้อยอีก ผลก็เลยออกมาไม่ดีนัก ยิ่งช่วงเซตแรกนี่ตีไม่ได้ดั่งที่ใจคิดเลยครับ เพราะว่าอาการตื่นสนามยังมีอยู่
แต่พอมาเซตที่สองก็เริ่มดีขึ้น แต่ว่าผมก็ยังแพ้ประสบการณ์การเล่นบนคอร์ตดินของคู่ต่อสู้อยู่ดี เลยทำให้แพ้ไป 3 เซตรวด ลืมบอกไปครับว่า คู่ต่อสู้ของผมชื่อว่า Kristof Vliegen เป็นนักเทนนิสชาวเบลเยียมที่ถือว่าฝีมือไม่ธรรมดาเลย เพราะนอกจากจะถนัดการเล่นบนคอร์ตดินแล้ว ในฮาร์ดคอร์ต เขายังเคยเอาชนะ พี่บอล ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของเอเชีย มาแล้ว ที่เชนไน เมื่อปี 2006
ผมอยากจะบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันคือ บทเรียน ที่มีค่ามากที่สอนให้ผมรู้ว่าเราไม่ควรวางใจอะไรได้เลย ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ ดนัย อุดมโชค |