Danai Udomchoke's Blog


2007 ปารีส 7
“เดอะมุข” ของนักหวด

ผมตกรอบไปแล้วครับ แต่บรรยากาศ ที่ผมได้ซึมซับจากการแข่งขันรายการนี้ ยังคงอยู่ ผมได้อะไรมากมายจากการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งประสบการณ์ และที่สำคัญที่สุดก็คือ “เพื่อน”

หลายวันก่อนที่จะเริ่มการแข่งขัน ผมได้ไปทานอาหารเย็นที่ ร้านอาหารอิตาลี โดยไปกัน 5 คนมีผม, แจน สโตรเซอร์ (โค้ช), ไรเนอร์ ชูตเลอร์ (นักเทนนิสเยอรมนี), ลู เยน-ซุน (นักเทนนิสไต้หวัน-เพื่อนสนิทของผมเอง) และแม่ของลู ซึ่งปกติแล้ว ผมกับลู จะไม่ค่อยได้ทานอาหารอิตาลีกันเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่พวกเรามักจะไปหาอาหารจีน หรือไม่ก็ต้องเป็นอาหารไทย ตามความชอบ แต่มาคราวนี้ราต้องมาทานอาหารอิตาลีกัน แล้วเมนูอาหารของที่นี่ ก็ยังมีแต่ภาษา อิตาลี กับ ฝรั่งเศส เท่านั้น เล่นเอาผมกับลู และแม่ของลูก็เป็นใบ้กันไปเลยครับ ไม่รู้จะสั่งอะไร

แต่เราก็ต้องวางท่าทีกันนิดนึงนะครับ ไม่งั้นเสียเหลี่ยมนักหวดไทยแย่...

ผมกับลู ก็ทำท่าอ่านเมนูไปอย่างงั้นแหละ แต่ที่จริงแล้วไม่รู้เลยว่าทุกอย่างมันคืออะไร ในขณะที่แม่ของลูนั้น ยอมแพ้ไปตั้งแต่แรกแล้ว คือไม่ดูเมนูเลย เพียงแต่บอกให้ลูสั่งให้ด้วย ผมกับลูก็ทำรี ๆ รอ ๆ ให้ทางโค้ช กับชูตเลอร์สั่งก่อน แล้วผมกับลูก็สั่งเหมือนที่สองคนนั้นเขาสั่งกันเลย โดยบอกคนรับออร์เดอร์ไปว่า

"อืม!! เอาแบบนี้แหละสองที่เลย..."

เป็นไงละครับพวกผม ฟอร์มดีกันสุด ๆ แล้วพอทานกันเสร็จก็มีผู้ชาย 2 คน ใส่ชุดสำหรับเล่นเทนนิสมากันเลย แล้วก็มานั่งทานที่ร้านนี้ พวกผมสังเกตุได้ว่า พวกเขาถือไม้เทนนิสมากันด้วย คนละ 2 อัน พร้อมลูกบอลอีก 2 กระป๋อง ซึ่งมันจะเหมือนกับเวลาที่พวกผมกำลังจะไปซ้อมกันเลย แต่พวกเราแน่ใจว่าสองคนนี้ไม่ใช่พวกนักเทนนิสอาชีพแน่ ๆ เพราะถ้าเป็นนักเทนนิสอาชีพแล้วไซร้ พวกเราจะต้องรู้จัก หรือไม่ก็ต้องเคยเห็นหน้าอย่างแน่นอน แต่เราไม่คุ้นหน้าสองคนนี้เลย

ชูตเลอร์ ก็เอาเลยครับ เริ่มปล่อยมุขแกล้ง 2 หนุ่มดวงเฮงนั้นทันที...

ต้องบอกก่อนว่า ในวันนั้น พวกผมใส่ชุดธรรมดามาก ๆ ที่ไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นนักเทนนิส คือเราใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ไปทานข้าวมื้อเย็นกัน เพราะฉะนั้นสองคนนี้ไม่รู้แน่ ๆ ว่า เราเป็นนักเทนนิส ที่จะมาแข่งขันในรายการ เฟรนช์ โอเพ่น ปีนี้ด้วย

เพื่อนซี้ของผม “ชูตเลอร์” ก็เข้าไปก่อนเลยครับแล้วพูดแบบเสียงดังแบบตกใจ ๆ ว่า
"นี่คุณสองคนมาแข่งที่ เฟร้นช์ โอเพ่น เหรอครับ พวกผมขอลายเซ็นต์หน่อยได้มั้ย ??"
พอ ชูตเลอร์ พูดเสร็จปุ๊ป พวกเราที่เหลือ ก็เริ่มปฏิการกันเป็นทีมทันที คือไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดปฏิเสธ หรืออะไรก็ได้ออกมาก่อนเลย เรา 2 คนคือทั้งผม และลู ก็ลุกขึ้นตามไปสมทบแล้วก็ทำทีเป็นจะมาขอลายเซ็นต์

ตอนนั้น ผมมองหน้าหนุ่ม 2 คนนั้นแล้ว แทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่เลยครับ คือเขาทำหน้าแบบงงมาก ๆ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” จะปฏิเสธก็กลัวพวกผมหน้าแตก แต่จะรับเขาก็คงจะอาย แต่สุดท้าย 1 ในสองคนนั้น ก็บอกพวกเราว่า พวกเขาไม่ใช่นักเทนนิสอาชีพ และไม่ได้มาแข่งรายการนี้

ตอนนั้นผมชักสงสารเขาแล้วล่ะ ก็ดูหน้าเขาสิ เหลือไม่ถึง 2 นิ้วแล้ว แล้วพวกผมก็สุดยอดเลยนะ นี่ถ้าไปเล่นหนัง คงได้รางวัล “ออสการ์” กันไปแล้ว ตอนนั้นคนที่มาทานอาหารในร้านเดียวกันกะพวกผมก็เริ่มหันมามองที่พวกเราแล้วด้วย มันคงทำให้ 2 หนุ่มนั่นอายน่าดู พวกเราก็เลยฟอร์มให้จบ ด้วยการกล่าวขอโทษ 2 หนุ่มผู้โชคร้ายนั่นไป

แต่เชื่อผมเถอะว่า จนถึงตอนนี้ 2 คนนั้นคงจะยังไม่รู้หรอกว่า พวกผมนี่แหล่ะ เป็นนักเทนนิสอาชีพที่จะมาแข่งขันในรายการ เฟรนช์ โอเพ่น ปีนี้ แต่ก็ไม่แน่นะครับ เขาอาจจะไปดูแข่ง แล้วเจอเรากำลังแข่งอยู่ก็ได้ และถ้าเขายังจำพวกผมได้อีก ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่า เขาจะ “เชียร์” ให้ผมชนะ หรือจะ “แช่ง” ให้ผมแพ้กันแน่
อิอิ..ขำ ๆ กันเล็ก ๆ นะครับ

ดนัย อุดมโชค

since : 18 May 2003
This is my private website running information for supporting Thai players, in no way related to them and their agents.
If you have any comment / questions please contact jiro@ksc.th.com
Copyright © jirobkk 2003 - 2009. All Right Reserved.