2007 วิมเบิลดัน 6
คอร์ตซ้อม-คอร์ตแข่ง
วันนี้ผมจะได้ซ้อมในคอร์ตสนามแข่งของรายการ วิมเบิลดัน ครับ แต่อีกช่วงตอนบ่ายผมต้องไปซ้อมที่ สนามซ้อม (Aorangi) ผมก็เลยอยากจะเอาเรื่องของสนามซ้อม มาเล่าให้ได้ฟังกัน
โดยปกติแล้วทางการแข่งขันที่นี่ จะไม่ให้นักกีฬาคนใด ได้ซ้อมในสนามจริงเลย เขาจะให้ไปซ้อมกันที่สนามซ้อมตลอด เพราะว่าเขากลัวว่า ถ้าให้นักกีฬาลงซ้อมกันที่สนามจริงแล้ว พอวันที่เริ่มแข่ง ก็พอดีหญ้าตายหมด เขาก็เลยไม่ให้นักกีฬาคนใดได้ลงซ้อมบน คอร์ตหญ้า ที่วิมเบิลดันเลย แต่จะมีแค่วันเสาร์วันเดียวที่เขาจะอนุญาตให้ลงซ้อมกันได้ และจะอนุญาตให้ลงไปซ้อมได้แค่คนละครั้งเท่านั้น
เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นธรรมเนียมอีกอย่างหนึ่ง ที่รายการใด ๆ ในโลกนั้น ไม่มีแบบนี้ และตอนลงไปซ้อม ผมก็ลืมไปว่าต้องใส่เสื้อ สีขาว เท่านั้น แต่พอดีวันนี้ ผมลืมใส่เสื้อ สีเหลือง ลงไปซ้อมเขาก็เลยบอกให้ผมไปเปลี่ยนเพราะว่ามันเป็นกฎของที่นี่ คือใครที่จะลงสนามจะต้องใส่ชุดสีขาวล้วนเท่านั้น เหมือนกับเวลาที่เราต้องลงแข่งขันด้วย
ผมก็เลยต้องรีบวิ่งขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อบนล็อกเกอร์ เพราะว่ากว่าจะได้ซ้อมที่นี่ ก็มีแค่ครั้งเดียวและเขาก็ให้แค่คนละครั้งเท่านั้น ผมก็เลยต้องรีบที่สุด เพื่อไม่ให้เวลาที่มีค่านั้นสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
ก็เหมือนกับโชคเข้าข้างผมเหมือนกัน เพราะว่าหลังจากที่ผมซ้อมเสร็จไปได้สัก 20 นาทีฝนก็ตกลงมา คนที่ได้จองลงคอร์ตซ้อมหลังจากผม ก็เป็นอันอดได้เล่นบนสนามจริง แล้ววันนี้ช่วงบ่าย ผมก็ไม่ได้ซ้อมเหมือนเช่นเคยครับ เพราะว่าฝนตกมาตลอดเวลา
แต่ว่าฝนที่นี่ก็แปลกมาก ๆ นะครับ จะตก ๆ หยุด ๆ ตลอด คือเหมือนกับ ฝนจะ เล่นเกม กับเรา แล้วคนที่น่าสงสารที่สุด เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็คือ พวกที่ต้องคอย เก็บเนต, คลุมคอร์ต เพราะว่าพอฝนตกลง มาพวกเขาก็ต้องรีบวิ่งมาเก็บเนต แล้วก็ดึงผ้ามาคลุมคอร์ตไม่ให้เปียก แล้วพอเวลาฝนหยุด พวกนี้ก็ต้องมาเก็บผ้าคลุมคอร์ตให้เข้าที่ แล้วก็ต้องตั้งเสาแล้วก็ขึงเนตใหม่
บางทีพอขึงเนตเสร็จปุ๊บ ฝนก็ตกลงมาปั๊บ ทำให้เขาต้องเก็บใหม่อีก ทำแบบนี้ 4-5 หนได้ ผมเห็นแล้วก็สงสารเลย ซึ่งผมก็รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย ที่ฝนตกลงมาแบบนี้ เพราะว่าต้องคอยรอดูรอเช็คว่า จะลงสนามได้เมื่อไหร่ แล้วจะต้องเลื่อนไปคอร์ตไหนหรือเปล่า แล้วก็ต้องมาวิ่งวอร์มร่างกาย ก่อนที่จะซ้อม พอวอร์มเสร็จ ฝนก็ตกลงมา มันก็เลยทำให้เสียอารมณ์นิดหน่อย เหมือนกับว่า เราอุตส่าห์วอร์มแต่ไม่ได้ตี อะไรทำนองนั้น
แต่พอเห็นพวกที่จะต้องคอบเก็บเนตพวกนั้นแล้ว ผมก็รู้สึกสงสารเขา ก็เลยหายหงุดหงิดไปโดยปริยายด้วย เพราะว่า ดูเหมือนพวกนั้นจะต้องคอยดู คอยรอ มากกว่าพวกนักกีฬาหลายสิบเท่า แล้วพอรอไปรอมา โทมัส เบอร์ดิช ซึ่งเป็นคู่ซ้อมของผม ก็เดินมาบอกยกเลิก เพราะว่ามันก็คงจะตกอย่างนี้ไปอีกนาน ก็เลยไปเข้ายิมทำร่างกายต่อนิดหน่อยแล้วก็กลับโรงแรมครับ...
ดนัย อุดมโชค
|