Danai Udomchoke's Blog


2007 วิมเบิลดัน 7
ก่อนแข่งไม่ควรอยู่ในที่ชุมชน

โดยปกติก่อนลงแข่ง 1 วัน โค้ชของผม (แจน สโตรเซอร์) จะอนุญาตให้ผมลงซ้อมได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ก็คงเพราะว่าเขาไม่อยากจะให้ผมมีความกดดันมาก จึงพยายามให้ผมอยู่ห่างจากสนามเทนนิสให้มากที่สุด โดยในการแข่งรอบแรกของผมนั้น ก่อนแข่งผมได้ลงซ้อมกับ ลี ฮุง-เต็ก นักเทนนิสชาวเกาหลีใต้ ที่หากหลายคนจะจำได้ ก็คือคนที่ผมเอาชนะเขามาได้ในเอเชียนเกมส์ ครั้งล่าสุดที่โดฮา ประเทศกาตาร์ยังไงล่ะครับ

ตอนแรกพวกเรานัดกันว่าจะไปซ้อมใน “คอร์ตหญ้า” กัน แต่ว่าเกิดฝนตกทั้งวัน พวกเราก็เลยเปลี่ยนแผนมาซ้อมกันในคอร์ตอินดอร์ ซึ่งเป็นพื้นพรมแทน ซึ่งนักกีฬาที่แข่งทุกคนก็ต้องมาซ้อมที่นี่กันหมด เพราะว่ามี “สนามอินดอร์” อยู่ที่เดียว และก็มีแค่ 5 สนามเท่านั้น เพราะฉะนั้นเวลาในการซ้อมก็ต้องลดลงเป็นธรรมดา เพราะว่ามีนักเทนนิสเยอะมากที่อยากจะซ้อม ก็เลยได้ซ้อมแค่คนละครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และก็จะต้องแชร์คอร์ตคนละครึ่ง กับนักเทนนิสอีก 2 คนด้วย

แต่ก็นะครับเรื่องแบบนี้ มันเป็นธรรมดาของ “วิมเบิลดัน” ไปแล้ว ถ้าฝนไม่ตกนี่สิแปลก ก็ยังพูดกันเล่น ๆ เลยนะครับว่า ถ้าฝนไม่ตกก็ไม่ใช่ “วิมเบิลดัน” แล้วล่ะ ซึ่งผมก็คิดว่ามันก็จริงคือมันเหมือนเป็นธรรมเนียม หรือเป็นจุดขายของรายการนี้เลยก็ว่าได้ คือเรียกได้ว่าถ้าปีไหนฝนไม่ตกปีนั้นก็ไม่ใช่ “วิมเบิลดัน” ของจริง

ระเบียบอีกอย่างของ “วิมเบิลดัน” ก็คือ เขาจะไม่อนุญาตให้นักกีฬาลงไปซ้อมในคอร์ตที่จัดไว้สำหรับแข่งขันอย่างเด็ดขาด อาจเพราะว่าต้องการที่จะ “สงวนหญ้า” เอาไว้ให้ดูสวยงาม ในช่วงที่มีการแข่งขัน คือถ้าให้พวกเราซ้อมกันวันนี้นะครับ รับรองได้เลยว่า หญ้าในช่วงเส้นท้ายคอร์ตนั้น จะกลายเป็นสีน้ำตาลออกเหลือง ๆ เลยครับ จะเป็นเหมือนตอนรอบชิงชนะเลิศ อย่างที่หลายคนคงได้เห็นในโทรทัศน์ คือถ้าเราสังเกตตอนรอบชิงชนะเลิศหญ้าช่วงเส้นท้ายคอร์ต จะเป็นสีเหลือง แล้วก็มีช่วงตรงตัวทีของเส้นเสิร์ฟ เพราะว่า 2 จุดนี้จะเป็นจุดที่นักกีฬา “เหยียบย่ำ” มากที่สุด

คือตรงเส้นท้ายคอร์ตนั้น พวกที่อยู่ท้ายคอร์ตก็จะยืนตี วิ่งตีแถว ๆ นั้น ส่วนตรงเส้นเสิร์ฟก็จะเป็นที่สำหรับพวกที่เสิร์ฟ แล้วตามขึ้นหน้าเน็ท พอจังหวะที่คู่ต่อสู้กำลังจะรีเทิร์นลูกเสิร์ฟกลับมานั้น ฝ่ายที่เสิร์ฟก็จะต้องหยุดเตรียมตัว ซึ่งเราเรียกว่า “สปริทสเต็ป” เลยทำให้ตรงจุดนั้นหญ้าตายแล้วกลายเป็นสีเหลือง

พอซ้อมเสร็จ ผมก็ไปนวดคลายกล้ามเนื้อ หลังจากซ้อม เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่สุด ในวันถัดไป ซึ่งผมจะต้องลงแข่งขัน และหลังจากนั้นก็ไปทานอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารของนักกีฬาแล้วก็กลับโรงแรม คือโค้ชผมเขาจะให้รีบกลับโรงแรมให้เร็วที่สุดในวันนี้ อย่างที่บอกในตอนต้นแหล่ะครับว่า คงเพราะว่าเขาไม่อยากให้อยู่ในที่ที่คนเยอะ ๆ นาน มันจะทำให้เราล้าโดยไม่รู้ตัว

เขาก็เลยให้กลับมานอนพักที่โรงแรม แล้ววันนี้ผมก็มีนัดไปทานอาหารเย็นกับ คุณชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ อุปนายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมาเป็นกำลังใจให้นักเทนนิสไทยในรายการนี้ด้วย แล้วผมก็เพิ่งทราบว่า วันนั้น (24 มิ.ย.) เป็นวันเกิดของ “คุณชัยภักดิ์” ด้วย

พวกเราก็ไปทานอาหารเย็นกันที่ร้านอาหารจีน ซึ่งถือได้ว่าดังที่สุดใน “ลอนดอน” ก็ว่าได้ ร้านชื่อ “แมนดาริน” ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก แต่อาหารอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว และผมได้ยินมาว่า คนใหญ่คนโตในบ้านเรา หากมาที่ลอนดอน ก็จะต้องแวะมาทานอาหารที่ร้านนี้กันแทบทุกคน

วันนั้นเราก็ไปทานกันก็มีผม, คู่แฝด สนฉัตร-สรรค์ชัย รติวัฒน์, น้องนก นพวรรณ เลิศชีวกานต์, น้องเฟียร์ โซเฟีย มูลทรัพย์ (นักเทนนิสเยาวชนที่มาแข่งวิมเบิลดัน) และก็มีโค้ชของน้อง ๆ เขาอีกสองคน คือ วิรัช แบรอฮิม โค้ชน้องเฟียร์ กับ โรเบิร์ต โค้ชของน้องนก

พอทานเสร็จผมก็ต้องรีบขอตัวกลับก่อน เพราะว่าพรุ่งนี้ผมต้องมีแข่ง เป็นคู่ที่สองของคอร์ต 7 ครับ...

ดนัย อุดมโชค

since : 18 May 2003
This is my private website running information for supporting Thai players, in no way related to them and their agents.
If you have any comment / questions please contact jiro@ksc.th.com
Copyright © jirobkk 2003 - 2009. All Right Reserved.