2007 วิมเบิลดัน 8
สมาธิในเกมการแข่งขัน
ในการแข่งขันเทนนิส วิมเบิลดัน นั้น เขาจะมีการจัดสายการแข่งขันคล้าย ๆ กับแกรนด์สแลมอื่น ๆ ที่มีการจัดพวกมือวางลงไปในสายก่อน แล้วค่อยตามด้วยนักเทนนิสคนอื่น ๆ ที่มาร่วมในรายการ แต่มีข้อแตกต่างนิดหน่อยตรงที่เขาจะเอาคนที่ได้แชมป์ในรายการนี้เมื่อปีที่แล้วเป็นตัวตั้งว่า สายบนหรือสายล่าง จะได้แข่งขันก่อนกัน
โดย แชมป์ชายเดี่ยว จะแข่งก่อนในวันจันทร์ ส่วน แชมป์หญิงเดี่ยว แจะแข่งในวันอังคาร ซึ่งในปีนี้ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสมือ 1 โลก และเป็นแชมป์เก่า 4 สมัยซ้อน อยู่ในสายบน ในฐานะมือวางอันดับ 1 ของรายการด้วย จึงทำให้สายบนของชายเดี่ยวได้เริ่มแข่งก่อน ส่วนผู้หญิงนั้น อเมลี มัวเรซโม ปีนี้ไม่ได้เป็นมือวางอันดับ 1 ของรายการ และเธอก็อยู่ในสายล่าง ทำให้สายการแข่งขันของผู้หญิง สายบนต้องเริ่มก่อนในวันจันทร์พร้อมผู้ชาย ส่วนสายล่างจะเริ่มแข่งวันอังคาร
นี่ล่ะครับ ก็คือวิธีการดูว่า ใคร จะต้องเล่นก่อนหรือหลังครับ
ในวันแรกที่ผมลงแข่งขัน โปรแกรมของผมถูกจัดให้ลงแข่งเป็นคู่ที่ 2 ของคอร์ต 7 ซึ่งกว่าคู่แรกจะได้ลงแข่งวันนั้นก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสามโมงแล้ว เนื่องจากว่ามีฝนตกลงมาตั้งแต่เช้า ตอนแรกผมคิดว่าผมคงไม่ได้แข่งแน่ เพราะพยากรณ์อากาศของอังกฤษบอกว่าวันนั้จะมีฝนตกทั้งวัน แต่เนื่องจากคู่ที่แข่งก่อนผมเป็นคู่ผู้หญิง ซึ่งเล่นอย่างมากไม่เกิน 3 เซต แถมวันนั้นพวกเขายังแข่งกันเสร็จเร็วอีกต่างหาก ผมเลยได้ลงแข่ง
พอลงไปสนาม ถ้าจะให้ผมบอกตามตรงว่ากดดันหรือไม่นั้น ผมตอบได้เลยครับว่า กดดัน มาก เพราะว่าผลงานของผมที่ผ่านมานั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวามากเท่าไหร่ เพราะว่าผมแข่งบนคอร์ตดินซะส่วนใหญ่ พอมาคราวนี้ผมเจอกับมือที่เรียกได้ว่า ถนัดคอร์ตดินมากกว่า ผมก็เหมือนกับตั้งความหวังเอาไว้ว่า ผมจะต้อง ชนะ ให้ได้ และมันก็เลยทำให้ผมมีความกดดันมาก ๆ และคู่ต่อสู้ของผมนั้น มีลูกเล่นตุกติกเยอะมาก ซึ่งจะคอยทำให้เราเสียสมาธิอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถ้าผมสมาธิไม่ดี ควบคุมสมาธิให้อยู่ในเกมไม่ได้ ก็เป็นอันเข้าทางเขา และคงจะทำให้ผมแพ้เขาอย่างแน่นอน
พอลงสนาม ผมก็เลยพยายามที่จะคิดทีละแต้ม พยายามไม่สนคู่ต่อสู้ว่า เขาจะทำอะไร จะเป็นอย่างไร แต่ก็นะครับ มันก็ยังทำให้ผมสมาธิหลุดได้ในช่วงต้นเซตสอง เหตุก็มีอยู่ว่า เขาจะคอยหาเรื่องทะเลาะกับกรรมการตลอด หาว่าลูกนี้ออกบ้าง ลูกนี้ลงบ้าง หาว่าคอร์ตลื่นบ้าง และนี่คือการเล่นเทคนิค หรือที่ผมเรียกว่า ตุกติก ที่ทำให้คู่ต่อสู้เสียสมาธิ และหงุดหงิด กับการกระทำของเขา
ตัวผมเอง ก็หลงกลไปเสียสมาธิ ก็เพราะว่ามีอยู่ครั้งนึงเขาหาว่าคอร์ตลื่นเ ล่นไม่ได้แล้วเขาก็ไม่ยอมเล่น เดินเข้าไปในที่นั่งพัก เวลาเปลี่ยนข้างนานประมาณ 5 นาที ซึ่งตอนนั้น ผมก็เป็นฝ่ายเสิร์ฟด้วย ในเซตที่ 2 และเขาก็ไม่ยอมลงมาเล่นต่อ ให้ผมยืนคอยอยู่ตั้งนาน กว่าจะลงมา และนี่คือการหยุดเกมของคู่ต่อสู้ คือเมื่อเราเห็นว่า ช่วงนี้คู่ต่อสู้ของเรากำลังตีได้ดี เราก็ควรจะถ่วงเวลาเอาไว้พูดง่าย ๆ ก็คือ หยุดเกม การเล่นที่ไหลลื่นของเขา ให้เกมของเขาชะงัก และถ้าเขาเริ่มที่จะ หงุดหงิด กับเราเมื่อไหร่นั้น นั่นแสดงว่าสมาธิเขาเริ่มหลุดแล้ว และเขาไม่มีทางที่จะเล่นได้ตามเกมที่ต้องการตลอดเวลา ถ้าเขาไม่มีสมาธิเพียงพอ
แต่ก็ยังดีครับที่วันนั้น ฝน ได้ตกลงมา ช่วยผมทำให้ผมได้มีเวลามาทำสมาธิใหม่ พอลงไปคราวนี้ ผมควบคุมสมาธิได้ดีมาก และทำให้ผมชนะไปในที่สุด ด้วยสกอร์ 3 เซตรวด
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า สมาธิ ในการแข่งขันเทนนิสนั้นสำคัญแค่ไหน ถ้าเราไม่มีสมาธิในเกมการเล่นแล้วละก็ เราก็ไม่มีทางที่จะเล่นได้เหมือนกับที่ใจเราต้องการ
ส่วนในการแข่งขันรอบที่ 2 นั้น ผมเจอกับกระดูกชิ้นโตอย่าง แอนดี ร็อดดิค ตอนแรกผมก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะพยายามเอาเซตจากเขาให้ได้ก่อน แต่สุดท้ายก็อย่างที่ทราบกันดีว่าผมแพ้เขาไปในที่สุด 3 เซตรวดเหมือนกัน แต่การแพ้ในวันนั้นผมก็ยังรู้สึกพอใจฟอร์มการเล่นของตัวเองนะครับว่าผมเล่นได้ดี อย่างที่ผมตั้งใจไว้แต่แรก
ดนัย อุดมโชค |