2007 ปารีส 8
เทรนใหม่ของ กิตติพงษ์
เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องฮาอีกเรื่องหนึ่งของผม ในทัวร์ เฟรนช์ โอเพ่น เลยล่ะครับ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ก่อนผมจะกลับเมืองไทย ผมกับ พี่เอ๋ สมบัติ เอื้อมมงคล โค้ชของผมเองก็ตัดสินใจกันว่า เราน่าจะเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทั้งหมดไปซักที่สนามแข่ง ซึ่งเขาจะมีตู้ซักผ้าตั้งไว้ให้บริการฟรี เพื่อที่ว่ากลับมาแล้ว พวกเราจะได้ไม่ต้องมานั่งทำความสะอาดกันอีกเมื่อกลับถึงเมืองไทย
ด้วยขี้เกียจแยกผ้า ผมก็จับเสื้อผ้าที่มีทั้งหมด ยัด ๆ เข้าไปในตู้พร้อมกัน มีทั้งชุดแข่งล็อตใหม่ ที่เพิ่งได้จาก อาดิดาส ในการมาแข่งครั้งนี้ ซึ่งตัวเสื้อจะเป็นสีขาวทั้งหมด รวมกับถุงเท้าอีก 11 คู่ (ไม่ค่อยเยอะเท่าไรนะครับนี่)
อ้อ...แล้วก็มี เสื้อใหม่ ที่ผมเพิ่งซึ่งจากเบลเยียมด้วย เป็นเสื้อยืดสีดำสุดเท่ห์
ตอนระหว่างซัก พวกเราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกันมากหรอกครับ เพราะเครื่องมันก็ปั่น ๆ ไป พวกเราก็คุยกันไป เดินไปเดินมา รอจนมันปั่นเสร็จ ผมก็ไปเปิดตู้เพื่อจะเอาเสื้อผ้าออกมา ปรากฏว่าเสื้อผ้าของผมทั้งหมดมันเปลี่ยนสีจากขาว กลายเป็น เทา หมดทั้งตู้เลย รวมทั้งถุงเท้าด้วย แล้วมันเป็นสีเทาแบบเนียนมาก ๆ เลยนะ ไม่เหมือนผ้าที่ถูกสีตกใส่ธรรมดา ที่มักจะกระดำกระด่างไม่เสมอกันทั้งตัว
ผมก็เริ่มงงว่า เอ๊ะ...ผมเปิดตู้ผิดหรือเปล่า ผมก็ถาม พี่เอ๋ ว่า พี่มาดูนี่สิ ทำไมเสื้อผ้าผมเป็นแบบนี้ล่ะ
ตอนแรกผมก็กะจะโวยฝ่ายจัดการแข่งขันแล้วล่ะครับว่า เอาน้ำยาอะไรมาให้ผมซักกันเนี่ยะ ทำไมเสื้อผ้าผมออกมาเป็นแบบนี้ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นเจ้า ที-เชิ้ต ตัวเท่ห์ ของฝากจากเบลเยียมก็ถึงบางอ้อ
มันแน่ ๆ ที่เป็นสาเหตุของเรื่องนี้ แล้วก็โชคดีนะ ที่เสื้อยืดสีดำของผม ไม่ได้สีซีดลงด้วย
คิดในแง่ดีครับ คราวนี้ผมก็มีเทรนด์ใหม่เป็นของตัวเอง เป็นสีเสื้อแบบไม่ซ้ำใคร แม้แต่นักเทนนิสระดับ อินเตอร์ ก็ยังไม่มีเสื้อล็อตนี้แบบผมเลย 555
แต่ยังไง ผมก็คงต้องเอาเสื้อไปให้ทาง อาดิดาส ดู แล้วก็คงต้องขอรับเสื้อผ้าแข่งชุดใหม่กลับมาแทนนั่นแหล่ะครับ ขืนใส่ลงไป เกิดสปอนเซอร์ไม่พอใจ ผมจะแย่ครับ
ตอนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ผมค่อนข้างโชคดีด้วยครับ ตรงที่ พี่เอ๋ เกิดมาพบกับเพื่อนที่เป็นกัปตันของการบินไทย เขาเลยใจดี อัพเกรด ให้พวกผมได้ขึ้นมานั่งตรง บิสสิเนสคลาส ด้วย นี่เป็นครั้งแรกของผมเลยนะครับ ที่ได้นั่งที่นั่งสบาย ๆ แบบนี้ เชื่อไหมว่า บิน 10 ชั่วโมง จากปารีส มายังกรุงเทพฯ ผมรู้สึกเหมือนแป๊บเดียวเท่านั้นเอง
ผมมัวแต่ตื่นเต้นกับที่นั่งที่มันกว้าง และสบายแบบบอกไม่ถูก เรื่อง อาหาร ที่เขามาเสิร์ฟก็ไม่ต้องพูดถึงครับ มันแตกต่างกันเหลือเกินกับที่นั่งชั้น อีโคโนมิค ซะเหลือหลาย ผมยังไม่ได้ทันได้หลับซักงีบ กัปตันก็ประกาศว่าเครื่องได้มาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ซะแล้ว อะไรกันนี่
แหม...นี่ขนาดเป็นแค่ บิสสิเนสคลาส นะ ยังสบายขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นที่นั่งชั้น เฟิร์สคลาส มันจะหรูหรา และสะดวกสบายขนาดไหนกันนะ ผมชักอยากจะรู้แล้วสิครับ
ิ กิตติพงษ์ วชิรมโนวงศ์ |