2007 วิมเบิลดัน 3
วันที่แสนงุนงง
ครับ...ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า ทุกวันอาทิตย์ จะเป็นวันหยุดสำหรับทุกคนในการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน ไม่ว่าจะเป็น จูเนียร์ หรือ ซีเนียร์ ก็จะไม่มีรายการแข่งขันใด ๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นว่า จะมีเหตุขัดข้องแข่งไม่ทันตามกำหนดจริง ๆ ซึ่งเท่าที่ผมรู้มา ก็ยังไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นนะครับ แต่ในประวัติที่มีการบันทึกจริง ๆ จะเป็นอย่างไร ผมก็ไม่กล้ายืนยัน เพราะไม่เคยสืบค้นเลยจริง ๆ
เท่าที่รู้มาก็คือ การแข่งขัน วิมเบิลดัน ในปีนี้ เปียกปอนมากกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าในวันหยุดอย่างวันอาทิตย์แบบนี้ อากาศกลับดีซะอย่างนั้น เย็นสบาย แต่ไม่มีฝน ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 7 โมง ก็ลงมาทานอาหารเช้า ก่อนจะเดินไปสนามซ้อม ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น
ผมไปซ้อมพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม นก นพวรรณ เลิศชีวกานต์ ที่มาแข่งในระดับ จูเนียร์ รายการนี้เช่นเดียวกับผม พวกเราได้ไปทานอาหารกลางวันกันที่สนามซ้อมด้วย ขากลับเราก็เล่นกันมาบนรถ ปรากฏว่า นก เกิดลืมโทรศัพท์มือถือของเขาไว้ในรถ ซึ่งจริง ๆ แล้ว มือถือ นั้นเป็นของ โรเบิร์ต (โค้ชของนก) แล้วนกก็ยืมเขามาใช้ชั่วคราว เพราะ มือถือ ของนกเองน่ะ ได้ทำหายไปตั้งแต่ไปแข่งที่ประเทศโปรตุเกตุแล้ว ดังนั้น โรเบิร์ตจึงได้กำชับนกอยู่หลายครั้งว่า ห้ามทำหาย ถ้าหายต้องซื้อคืนโรเบิร์ตใหม่ด้วย แต่พวกเราก็เอาแต่เล่นกันจนลืมมือถือจนได้
ตอนแรกพวกเราก็ยังไม่รู้ตัวหรอกว่า ได้ลืมมือถือไว้ในรถ แต่ นก เขารู้แล้วว่าโทรศัพท์เขาหายไป เราก็เดินหากันตามจุดต่าง ๆ ที่คาดว่าอาจจะลืมวางไว้ แต่ก็ไม่พบ นก ก็เริ่มบ่นแล้วว่า มันต้องหายแน่ ๆ เลย เช่นเดียวกับที่ผมเองก็คิดเช่นนั้น
จนกระทั่งในตอนเย็นของวันเดียวกัน ก็มีแม่ของนักเทนนิสคนหนึ่งเขาเจอมือถือของนก แล้วก็เก็บมาให้ เพราะเขาเห็นรูปนกในโทรศัพท์อันนั้น ตอนแรกแม่นักเทนนิสคนนี้ก็คิดว่านกเป็นนักเทนนิสญี่ปุ่น ก็พยายามไปถามพวกนักเทนนิสญี่ปุ่นใหญ่ ว่าใครเป็นเจ้าของโทรศัพท์เครื่องนี้ พวกญี่ปุ่นก็บอกว่าเป็นของคนไทย แล้วตอนผมออกมากำลังจะไปกินข้าวที่ข้างนอก แม่เขาวิ่งเอาโทรศัพท์มาให้ แบบหน้าตาเหนื่อยมาเลย เหมือนหานกทั้งวัน
ก็โชคดีนะครับ ที่ มือถือ ไม่หาย แล้วก็ไม่ต้องซื้อใหม่ให้ โรเบิร์ต ด้วย แล้วคนที่เก็บโทรศัพท์ได้ เขาก็รู้สึกดีใจเมื่อเขาเจอเจ้าของมือถือ ก็เลยโล่ง
นอกจากเรื่องโทรศัพท์มือถือหายแล้ว ผมยังมีเรื่องของ นก มาเล่าให้ฟังอีกด้วยนะครับ คือวันก่อน พวกเราไปทานอาหารกันที่ร้านอาหารไทย แล้วคนขายก็ถามว่ารับอะไรดีคะ นกบอกว่า เอาข้าวผัดหมูค่ะ ไม่เอาเผ็ดนะคะ น้าคนที่มารับออร์เดอร์ เขาก็บอกว่า ข้าวผัด ไม่ใส่ พริก อยู่แล้วค่ะ แล้วก็นกบอก เออลืม...เอาผัดกระเพาหมู ไม่เอาใส่พริก น้าเขาก็บอกว่าไม่ใส่ พริก คงทำให้ไม่ได้ค่ะ นกก็ตอบกลับไปว่า ใส่ก็ได้ แต่ใส่นิดเดียวพอนะ แล้วน้าเขาก็บอกว่า งั้นอย่ากินเลยดีกว่า ถ้าจะใส่นิดเดียว
คราวนี้ นก ก็เลยสั่งใหม่อีกครั้ง เป็น ข้าวผัดหมู แต่ก็ยังไม่วายย้ำกับคนรับออร์เดอร์อีกว่า ไม่ใส่พริก ผมก็นั่งฟังคนทั้งคู่อยู่นาน จนเริ่มจะมึนเหมือนคนรับออรเดอร์ เลยตัดสินใจหันไปถามเองว่า ตกลงนกจะกินอะไร เพราะมองหน้าน้าคนนั้นแล้วรู้สึกว่าเขาเริ่มหงุดหงิดแล้วล่ะ นกบอกว่าเอา ข้าวผัดกระเพราหมู ผมก็เลยทำหน้าที่สั่งเอง
ส่วนผมสั่ง กุ้งผัดน้ำพริกเผาราดข้าว แล้วก็ โรเบิร์ต สั่ง ผัดซีอิ้ว พอคนรับออร์เดอร์เดินไปแล้ว นกก็มาถามย้ำกับผมอีกว่า เมื่อสักครู่สั่งอะไรให้เธอทานกันแน่ ใช่ข้าวผัดกระเพราะหมูหรือเปล่า ผมก็บอกว่าใช่ ก็นกเป็นคนบอกไงว่าจะเอากระเพราหมู นกก็ทำหน้างง ๆ แล้วพูดมาว่า สั่งผัดกระเพราะไป ราดข้าวมาเลยหรือเปล่า ผมก็งงอีก อะไรของนกเนี่ยะ ผมก็ต้องอธิบายว่า ข้าวผัดกระเพราะน่ะหน้าตาเป็นยังไง จนนกเข้าใจ เป็นอันว่าหมดเรื่อง
พอข้าวนกมา ผมลองชิมก็อร่อยดีเหมือนกัน แล้วก็ตาผมและที่ผิดกับเขาบ้าง ตอนแรกผมสั่ง กุ้งน้ำพริกเผาราดข้าว แล้วจานที่มาเป็น ผัดซีอิ้ว ของโรเบิร์ต ตอนแรกผมก็นึกว่าจะเอาอะไรดี 2 อย่างนี้เลยตัดสินใจว่า ok เอากุ้งน้ำพริกเผา แล้วผมก็ลืมเองว่า ตัวเองไม่ได้สั่ง ผัดซีอิ้ว ซะหน่อย แล้วพอ ผัดซีอิ้ว มาผมก็คิดว่าเป็นของผม ก็เป็นกุ้งเหมือนกัน ผมก็ลืมจริง ๆ แล้วก็ปรุงอะไรเสร็จปุ๊ป อีกจานมาเป็นข้าวของผมเอง แล้วผมก็งงเลย เลยคิดว่า เฮ้ย...เราสั่งข้าวไป ทำไมเรามากิน ผัดซีอิ้ว อะ แล้ว โรเบิร์ต ก็บอกว่า พ้งผิดจาน ผมก็เลย แหะๆ ขอโทษคร๊าบ...บ
สุดท้าย โรเบิร์ต ก็ต้องสั่งใหม่มาอีกจานนึง 555 งงกับตัวเองเหมือนกัน กิตติพงษ์ วชิระมโนวงศ์
|