2007 วิมเบิลดัน 4
ต้อง เกือบเป็นหมันเพราะ...??
สวัสดีครับ นี่คงเป็นตอนสุดท้ายสำหรับ บล็อก ของพวกเราคู่แฝด สนฉัตร และสรรค์ชัย รติวัฒน์ แล้วนะครับ เอาเป็นว่าวันนี้ผม ต้อง สรรค์ชัย ขอมาเม้าท์เรื่องตัวเองให้ฟังกันดีกว่า
แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นน่ะ มันต้องเกิดจากการแข่งขันกีฬาเทนนิสอยู่แล้ว ก็พวกผมมันนักเทนนิสอาชีพกันนี่ครับ เกือบตลอดวันของชีวิตพวกเรา ก็อยู่กันแต่ในคอร์ต อยู่กับ ลูกบอล แล้วก็แร็กเก็ต
ผมว่าหลายคนคงเคยได้ยินมาว่า เทนนิส เป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงน้อย เพราะไม่มีการปะทะให้เจ็บตัวง่ายเหมือนกีฬาอื่น ๆ อย่าง ฟุตบอล บาสเกตบอล ไปจนถึงกีฬาต่อสู้อื่น ๆ แต่สำหรับผมแล้ว มันไม่จริงครับ เพราะผมมีหลักฐานมายืนยัน
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในการแข่งขันรอบคัดเลือกชายคู่ รอบสุดท้ายของพวกผมเอง นัดนั้นพวกผมแพ้ให้กับ Norman Dick และ Bolsojek Ilia ไป 3 เซตรวด เพราะทั้งคู่เสิร์ฟดีมาก แต่เราก็มีโอกาสที่จะเบรกเขาได้เหมือนกัน แต่พอเราได้เบรกพ้อยท์ เขาก็เสิร์ฟเอซ
ผมรู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะยุติธรรมเลย มาคิด ๆ ดู เทนนิส เนี่ย น่าจะมีแบ่งความสูงในการจัดการแข่งขัน เหมือนมวยที่แบ่งน้ำหนักไงละครับ แต่ก็คงพูดอะไรไม่ได้ เพราะว่ายังไงมันก็เป็นไม่ได้ สิ่งที่ผมจะทำให้เป็นไปได้ก็คือ คงต้องซ้อมรับลูกเสิร์ฟให้มากกว่าเดิมครับ ถ้าคราวหน้าเจอกันอีก โอกาสจะได้เป็นของผมบ้าง
ทีนี้กลับมาที่เรื่องการบาดเจ็บที่เกิดจากการเล่นเทนนิสกันต่อดีกว่า ตอนนี้หลายคนคงคิดไปถึงเรื่อง การหกล้ม การเจ็บเข่า เจ็บข้อมือ ที่ต้องใช้ในการตีบอลกันแล้วนะครับ แต่ผมบอกได้เลยว่า มันไม่ใช่ แต่ใกล้เคียง
ออกนอกเรื่องมากไปกว่านี้ อาจจถูกแฟน ๆ รุมประนามเอาได้ ผมว่าเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่านะครับ วันนั้นในการแข่งขันช่วงหนึ่ง ซึ่งเป็นจังหวะที่ผมเสิร์ฟบอล 2 ข้ามไป แล้ว Norman Dick ก็รับบอลกลับมาลงที่เท้าของผมพอดี สิ่งที่ผมทำได้ก็คืองัดเอาลูกกลับไป ซึ่งมันก็ไปไกลได้แค่ครึ่งคอร์ตเท่านั้นเอง ทำให้เขามีโอกาสวิ่งมายิงใส่ผมได้เต็ม ๆ อีก
โชคดีครับที่วันนั้น ผมเอา แร็กเก็ต ที่ไม่ได้ฝังทองคำเหมือนคู่ พี่น้องวิลเลียมส์ เขาจะเอามาใช้กันในรายการ วิมเบิลดัน ปีนี้ ปิด จุดสำคัญ ของผมไว้ได้ทัน แต่ถึงกระนั้นก็อดเสียวไม่ได้ เพราะ บอล ดันรอดไม้ของผมมา เฉียด...ไปแค่นิดเดียวเอง นิดเดียวจริง ๆ ครับ
พูดแล้วยังเสียวอยู่เลย ?!?
จริง ๆ ผมก็อยากสารภาพล่ะครับว่า ผมเองก็เคยโดน ลูกเทนนิส อัดเข้าจุดสำคัญมาแล้วเหมือนกัน พูดแล้วก็เขิน แต่ตอนนั้นบอลไม่ได้แรงขนาดนี้นะครับ อ้อ...อีกครั้งก็ตอนเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่โดฮา ประเทศกาตาร์ รอบชิงชนะเลิศ ชายคู่นี่แหล่ะครับ ที่ผมโดนบอลของ บูพาติ กระเด้งใส่หัวแบบจัง ๆ เล่นเอายืนงงไป 2 วินาทีเลยทีเดียว
แต่ยังไงผมก็คิดว่าผมยังดีกว่าพี่ชายผมเอง ต้น สนฉัตร ตรงที่ผมไม่เซ่อซ่าเอาลูกตาตัวเองไปรับบอลแทนแร็กเก็ตหรอกครับ 555
ไหน ๆ แล้วก็ขอเม้าท์นิดนึง ตอนนั้นพวกผมอายุ 15-16 ปีเห็นจะได้ เป็นการแข่งขันลอนเทนนิสเซอร์กิต 2/ 2542 กรุงเทพฯ ที่ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี ทีนี้ ต้น สนฉัตร ก็ลงแข่งรอบก่อนรองชนะเลิศ กับ อัครสิทธิ์ เทพกสิกุล เซตแรก สกอร์ 1-2 จังหวะรับ ต้น วิ่งไปบอลแล้วมันแป๊กกับขอบไม้ บอลกระเด้งขึ้นมาโขก ลูกตาข้างซ้าย เขาแบบเต็ม ๆ เลยครับ เล่นเอาคุณพ่อต้องส่งโรงพยาบาลทันที แข่งต่อไม่ได้ แถม ต้น ยังต้องปิดตาไปอีกตั้งหลายวัน
ได้ยิน ต้น สนฉัตร บ่นกับพ่อ (ฉัตรชัย รติวัฒน์) ว่า โลกมันมืดไปเลย...ผมเห็นดาวระยิบระยับอยู่ตั้งนานแน่ะ
แต่พอเขาเปิดตาออกมาแล้ว ผมเห็นหน้าเขาทีไร ผมอดขำไม่ได้ทุกที คิดอยู่อย่างเดียวว่า ตอนนี้ ผมมีพี่ชายเป็น หมีแพนด้า ไปแล้วหรือเปล่านี่ อิอิ สรรค์ชัย รติวัฒน์ |