31
March 2004
การฝึกในค่ายออสเตรเลียนโอเพ่น
คอลัมน์ภาษาสักหลาด
ธนากร ศรีชาพันธุ์ อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ ม.ขอนแก่น
ผมจะพาท่านผู้อ่านมาเข้าแคมป์เทนนิส
"ออสเตรเลี่ยน โอเพ่น" ที่ผมเกริ่นเอาไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ในฐานะของหัวหน้าผู้ฝึกสอนนักเทนนิสเด็กไทยกลุ่มแรกที่เข้ารับการฝึกในสถาบันเทนนิสที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก
ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
กำหนดการ 14 วัน หรือสองสัปดาห์เป็นโอกาสที่เด็กๆ
เหล่านี้จะได้ฝึกเล่นเทนนิสตามระดับความสามารถของแต่ละคน ด้วยแบบฝึกที่มีมาตรฐาน
สนามเทนนิสที่มีกลิ่นอาย และบรรยากาศพอเพียงสำหรับการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ
มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักเทนนิสอาชีพตามฮีโร่ในดวงใจของแต่ละคน
สิ่งที่โค้ชให้ความใส่ใจกับเด็กไทยในการทดสอบฝีมือการตีเทนนิสในวันแรกก็คือ
เทคนิคการตีที่ถูกวิธีและจังหวะ การเคลื่อนที่หรือที่เราเรียกว่า "ฟุตเวิร์ก"
ซึ่งเด็กไทยจะถูกทางโค้ชชาวออสซี่กระตุ้นเตือนอยู่เกือบตลอดเวลา
เท่าที่มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสอบถามจากทางโค้ชที่ดูแลว่า
การเริ่มต้นฝึกพื้นฐานทางด้านความสัมพันธ์ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ
ให้มีพัฒนาการที่ดี สามารถทำได้โดยการฝึกมากพอในช่วงการเริ่มต้นเล่นเทนนิสในวัยเด็กเล็ก
"ความสำคัญทางด้านจิตใจ" โค้ชที่นี่พยายามที่จะบอกและสร้างความมีวินัย
ความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกครั้งที่ลงสนาม ความสนุกของเด็กๆ
ในการฝึกซ้อมจะถูกโค้ชชาวออสซี่สอดแทรกเป็นเกมการเล่นที่ให้ความสนุกสนานแก่เด็กๆ
โปรแกรมการฝึกในช่วงเช้าจะเป็นการฝึกทักษะการตีลูกต่างๆ
ให้ถูกวิธี ส่วนในช่วงบ่ายจะเป็นการฝึกเล่นแข่งขันเพื่อทดสอบฝีมือและสภาพจิตใจของเด็กๆ
โดยใช้เวลาในแต่ละแมตช์ประมาณ 20 นาที แล้วเปลี่ยนคู่แข่งขัน จนทุกคนได้พบกันหมด
ในหนึ่งสัปดาห์จะมีการหยุดพัก 1 วัน จึงเป็นโอกาสให้เด็กทุกคนได้ท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ
ตามที่ทางทัวร์ได้กำหนดไว้อย่างเรียบร้อย ผมคิดว่าวิธีการฝึกและแบบฝึกที่ผมเห็นคงไม่ยากจนเกินไปสำหรับโค้ชชาวไทย
ซึ่งสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ แต่ที่สำคัญโค้ชเทนนิสเมืองไทยจะต้องมีปรัชญาในการเป็นโค้ชให้ดีและเหมาะสม
สำหรับการเข้าแคมป์ของผมพร้อมเด็กไทยชุดแรก ในฐานะโค้ชเทนนิสคนไทยคนหนึ่งจึงมีความฝันที่มีโอกาสเป็นความจริงว่า
การก้าวขึ้นมาเป็นนักเทนนิสอาชีพของคนไทยที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในสนามแข่งขันของรายการแกรนด์สแลม
เป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยทั้งพี่แทมมี่และพี่บอล
ก็ได้ก้าวนำน้องๆ ให้มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ ขอเพียงไม่ท้อถอยกันก่อนเวลาอันสมควร
++ผมจึงขอฝากข้อคิดไว้สำหรับคนไทยทุกคนที่มีหน้าที่ต่างกันทั้งโค้ช
ตัวนักกีฬา และผู้ปกครองว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์คน นะครับ++
สัปดาห์นี้ผมขอฝากข้อคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์เพื่อพัฒนาวงการโค้ชเทนนิสของเมืองไทยว่า
เปิดใจให้กว้าง ผู้ที่มีจิตใจยอดเยี่ยมคือ ผู้ที่แลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดของผู้อื่น
ผู้ที่มีจิตใจระดับปานกลางคือ ผู้ที่ถือว่าเหตุการณ์และผลที่ตามมาเป็นข้อสรุป
และผู้ที่มีจิตใจคับแคบคือ ผู้ที่ตัดสินผู้อื่นด้วยความคิดของตนเองเท่านั้น
ผมอยากเห็นโค้ชไทยร่วมมือกันสร้างเด็กไทยในขณะที่ไฟยังแรงอยู่ในขณะนี้ครับ
|