3
March 2004
ตัวแทนนักเทนนิสเยาวชนไทย
คอลัมน์ภาษาสักหลาด
ธนากร ศรีชาพันธุ์ อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ ม.ขอนแก่น
สัปดาห์นี้ผมขอนำข้อคิดดีๆ จากพิธีกรรายการกีฬาของ
ESPN มาให้ฟังกันเผื่อทำให้นักเทนนิสหลายๆ คนที่กำลังมองว่า ความเชื่อมั่นคืออะไร
เขาบอกว่า ความเชื่อมั่น มิใช่ความบังเอิญหรือความโชคดี รู้อย่างนี้แล้วนักเทนนิสทุกคนต้องรีบสร้างความเชื่อมั่น
ด้วยการขยันหมั่นฝึกซ้อมและที่สำคัญการทดสอบความเชื่อมั่นที่ดีคือ
การลงแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ทราบข่าวความเคลื่อนไหวของวงการเทนนิส
**เยาวชนระดับชาติ**
ผมกำลังจะยกประเด็นการพิจารณาคัดเลือกตัวแทนนักเทนนิสเยาวชนของ
**ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ** ซึ่งได้มีการพิจารณาคัดเลือกตัวผ่านไปเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์และวันจันทร์ที่ผ่านมา
ผลการคัดเลือกคงเสร็จสิ้นตามเกณฑ์การพิจารณา ตามที่คณะกรรมการดำเนินการได้กำหนดไว้
โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ 5 ด้าน ด้านละ 20 คะแนนเท่ากันทั้งหมดได้แก่
1.ความสามารถในการเล่น 2.อันดับจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ หรือไอทีเอฟ
3.อันดับพัฒนาฝีมือรอบมาสเตอร์ 4.สมรรถภาพทางกาย(ความเร็ว) และ 5.ความเห็นของโค้ช
ถ้าพิจารณาจากหลักของการประเมินผลตามสัดส่วนน้ำหนักการให้คะแนน
ผมคิดว่าน่าจะพิจารณากันให้เหมาะสมตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน การให้คะแนนทุกด้านเท่าๆ
กัน ที่ดูเหมือนว่ามีความยุติธรรม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมว่าแต่ละด้านต้องมีความสำคัญที่แตกต่างกันไม่มากก็น้อย
ประเด็นนี้คงต้องปรึกษาผู้รู้ทางด้านการประเมินผลให้แจ่มแจ้ง
ถ้าต้องการคำตอบและมาตรฐานเป็นเกณฑ์การพิจารณาในการคัดเลือกตัวแทนกันต่อไปสำหรับวงการเทนนิสที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ในขณะนี้
ประเด็นต่อไปที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในการสร้างนักเทนนิสให้เพิ่มขึ้นทั้งคุณภาพและปริมาณคือ
การสร้างระบบทีมให้มากขึ้น ผมหมายถึงว่า ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เรามีตัวแทนทีมเทนนิสเยาวชนไทยอยู่เพียงทีมเดียวหรือชุดเดียวแล้วใช้งานจนหมดประสิทธิภาพไปในที่สุด
เหตุการณ์ที่นักเทนนิสเยาวชนไทยที่ได้รับการเรียกตัวเข้าคัดเลือกในแต่ละครั้ง
ต่างพากันต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคตามหลักเกณฑ์เพื่อให้ได้ชื่อว่าครั้งหนึ่งตนเองมีความสามารถในการเล่นเทนนิสจนได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ
ซึ่งในการคัดเลือกตัวนั้น เด็กหลายคนมีฝีมือและสูสีกันจนยากที่จะตัดสิน
**ผมจึงอยากเสนอนโยบายการเพิ่มความรู้สึกให้เด็กๆ
ที่พลาดจากการคัดเลือกในแต่ละครั้งให้มีกำลังใจและมีโอกาสหาประสบการณ์มากกว่าการรอคอยสำหรับการคัดเลือกตัวแทนเยาวชนทีมชาติในครั้งต่อไป**
นโยบายที่ว่านี้เป็นการเพิ่มปริมาณเด็กที่มีคุณภาพไม่แตกต่างกันมากนัก
ได้เป็นทีมสำรองเหมือนทีมชุดอย่างกีฬาประเภททีมเช่น ฟุตบอล ตะกร้อ
วอลเลย์บอล เป็นต้น
การเตรียมทีมสำรองที่มีคุณภาพน่าจะเป็นการเสริมสร้างให้ทีมเทนนิสไทยแข็งแกร่งกว่าในอดีต
ประสบการณ์ของการสร้างนักกีฬาของทีมโรงเรียนตามต่างจังหวัด หรือเรียกให้ชัดๆ
ตามภาษาของผมว่า **"โรงเรียนบ้านนอก"** สามารถผลิตส่งทอดนักกีฬาให้แก่สโมสรกีฬาดังๆ
จนถึงระดับสมาคมกีฬาที่มีหน้าที่ดูแลคัดเลือกทีมชาติ
ในเมื่อระดับล่างอย่างโรงเรียนบ้านนอกยังสร้าง หรือผลิตนักกีฬาได้ขนาดนี้
ถ้าระดับบนอย่างสมาคมซึ่งมีหน้าที่พัฒนาวงการกีฬาทำหน้าที่กันอย่างทุ่มเท
ค้นหาข้อมูลและที่มาของความสำเร็จอย่างจริงจัง ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งดีๆ
จะเกิดขึ้นมาแบบที่เรียกว่า ไม่ต้องรอปาฏิหาริย์ ใดๆ มาช่วย เพราะเราเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์การกีฬา
ที่กำลังพัฒนาและเจริญอยู่ในขณะนี้
ผมขออนุญาตฝากข้อคิดและเสนอแนะไว้สำหรับวงการที่ผมอยู่มาจนเห็นคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า
เพียงเพื่อเฝ้ารอความสำเร็จคงจะไม่พอ แต่ที่ผมเฝ้ารอคือ การเห็นทุกฝ่ายในวงการเทนนิสไทยร่วมมือร่วมใจกันสร้าง
ส่งเสริม และพัฒนา
***...มากกว่าการรอรับผลกรรม หรือโชควาสนา เท่านั้นนะครับ***
|