7
January 2004
คอลัมน์ภาษาสักหลาด
เทนนิสไทยก้าวต่อไปในปีวอก
ธนากร ศรีชาพันธุ์
สัปดาห์นี้ผมขอนำเอาหลักการตรวจสอบการตีเทนนิสให้ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ
หากระจกบานใหญ่ขนาดที่สามารถมองเห็นลีลาการตีเทนนิสของคุณได้อย่างชัดเจน
เพื่อเช็กท่าทางการตีของตัวเองให้ดีภายหลังการลงฝึกซ้อมในสนาม การศึกษาคือ
การลงทุน วิดีโอเป็นสื่อที่จะทำให้เราเห็นทักษะการตีเทนนิสที่มีความทันสมัยมากขึ้น
โดยมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อเช็กดูจุดดี และจุดด้อย ในการเล่นของตัวเอง
เลือกใช้สื่อและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตัวเองด้วยตัวคุณ แล้วลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังนะครับ
ต้องนับว่าปี 2546 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเพียง 1 สัปดาห์
**เป็นปีแห่งความสำเร็จของวงการเทนนิสเมืองไทย**
ถ้าถามว่าอะไรคือความสำเร็จ ผมคิดว่าจำนวนหรือสถิติของคนที่หันมาสนใจและเล่นเทนนิสมากขึ้น
โดยเฉพาะการแข่งขันระดับเยาวชนตั้งแต่รุ่นเล็กสุดจนถึงรุ่นโตสุดมีประมาณ
1,000 คนขึ้นไป
ความสำเร็จที่เกิดการแพร่กระจายออกไปสู่วงกว้างเป็นความรู้สึกที่ผมในฐานะของคนรักเทนนิสมีความสุขกับปีเก่า
ที่มีความหมายมากเพียงพอในการมองอนาคตสำหรับปีใหม่นี้ จากความตื่นตัวและสนใจกีฬาเทนนิสแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นอกจากนี้ ผลงานของนักเทนนิสไทยแต่ละทัวร์นาเมนต์
เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จ และความก้าวหน้าของวงการเทนนิสไทย
ผมขอเริ่มเล่าย้อนถึงความสำเร็จ ที่เกิดจากฝีมือของยอดนักเทนนิสไทยที่ร่วมกันสร้างผลงานได้อย่างน่ายกย่อง
เริ่มจาก **ภราดร ศรีชาพันธุ์** ผู้ปลุกกระแสวงการเทนนิสให้ตื่นตัวชนิดที่เรียกว่า
สร้างฝันอันยิ่งใหญ่ให้กับเยาวชนรุ่นน้องได้อย่างยอดเยี่ยม
**แทมมารีน ธนสุกาญจน์** คว้าแชมป์แรกในชีวิตของการเล่นเทนนิสอาชีพได้อย่างสมศักดิ์ศรีและมีผลงานดีๆ
ในประเภทคู่พ่วงมาอีกด้วย
**ดนัย อุดมโชค** เลื่อนอันดับโลกไปอยู่ 1 ใน 170
ของโลก รวมถึงผลงานของคู่แฝด **สนฉัตร-สรรค์ชัย รติวัฒน์** ที่คว้าแชมป์ชายคู่ในการเล่นเทนนิสอาชีพระดับฟิวส์เจอร์และชาลเลนเจอร์
ได้หลายรายการ และปิดท้ายผลงานของปี 2546 ด้วยการคว้าเหรียญทองชายคู่ซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่เวียดนาม
และในรายการเดียวกัน 2 นักเทนนิสสาวไทยอย่าง **สุชานัน วิรัชประเสริฐ**
กับ **นภาพร ตงสาลี** ยังผ่านเข้าชิงชนะเลิศกันเองในประเภทหญิงเดี่ยวอีกด้วย
มีอีกหลายความสำเร็จของเหล่าบรรดานักเทนนิสไทยทั้งรุ่นเล็ก
รุ่นใหญ่ ที่ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงจากผลงานของเขาเหล่านั้น ซึ่งผมคงไม่สามารถที่จะนำมาบอกเล่าได้หมดในคอลัมน์นี้
คงขอฝากความประทับใจในการสร้างผลงานให้วงการเทนนิสไทยที่คนไทยรักและเฝ้าติดตามอยากเห็นความสำเร็จอยู่ตลอดเวลา
มาดูทางกลุ่มคนทำงานที่เรามีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า
**ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์** ที่เป็นศูนย์กลางของวงการเทนนิสทางด้านการจัดการ
การส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำให้วงการเทนนิสไทยพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ความสำเร็จของการจัดเทนนิสอาชีพระดับเอทีพีทัวร์ครั้งแรกในเมืองไทย
ภายใต้ชื่อ **ไทยแลนด์โอเพ่น 2003** สำเร็จลงไปอย่างน่าภาคภูมิใจว่า
คนไทยก็ทำได้ อีกทั้งยังได้รับคำชมเชยจากทุกๆ ฝ่ายว่า Amazing Thailand
และยังได้จัดติดต่อกันแบบ 5 ปีซ้อน
แต่ความสำเร็จมักจะอยู่คู่กับ **ความไม่สำเร็จ** หรือที่เราได้ยินอยู่เสมอว่า
**ความล้มเหลว** การขาดความสามัคคีในหมู่คณะเป็นความล้มเหลวที่มีอยู่ในทุกยุคทุกสมัย
ผมเห็นประสบการณ์ในเรื่อง ความสามัคคี ทั้งจากหนังสือตำนานพงศาวดารต่างๆ
ที่มีความล้มเหลวเกิดขึ้นเพราะการขาดความสามัคคี ผมเห็นประสบการณ์ในชีวิตจริงของผมเมื่อความสามัคคีเริ่มจางหาย
ผมเชื่อว่า ความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นกับวงการเทนนิสไทย
คงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าคนในวงการเทนนิสไทยรู้รักและสามัคคี ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดกำลังความสามารถ
มีการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน แบ่งปันน้ำใจอย่างเอื้ออาทร ผมเชื่อว่า
ความล้มเหลวที่ผ่านมาของวงการเทนนิสไทย มีวิธีการแก้ไข ถ้าทุกคนมีความเข้าใจ
และเปลี่ยนทัศนคติมองโลกในแง่ดีมากกว่าแง่ร้าย ค่อยๆ ทำกันไป ความรักและความสามัคคีที่จางหายจะกลับกลายมาเป็น
**ความสำเร็จที่ยั่งยืน**
***นี่คือ ความในใจและความหวังที่ยิ่งใหญ่ของผมที่อยากให้เกิดขึ้นในปีใหม่ปีแห่งความว่องไวเหมือนชื่อสัตว์ประจำปีครับ***
|